แม่ค้าปลาร้าเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เห็นด้วยกับการประกาศกำหนดเรื่องมาตรฐานสินค้า ชี้เป็นการยกระดับมาตรฐานปลาร้าในท้องถิ่นขึ้น แต่รายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างอาจกระทบสูตรปราร้าของผู้ผลิตรายย่อยได้...

นางฝาย นันทช่วง อายุ 60 ปี ประธานกลุ่มปลาร้าไฮเทค บ้านโนนปลาขาว ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวและรายละเอียดการประกาศกำหนดเรื่องมาตรฐานสินค้า ประเภทปลาร้า ตามพ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร ปี 2551 นั้น ส่วนตัวเห็นด้วยกับการประกาศ เพราะน่าจะเป็นการยกระดับมาตรฐานปลาร้าในท้องถิ่นขึ้นอีก แต่การกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยนั้น เกรงว่าอาจส่งผลกระทบกับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพทำปลาร้ารายเล็กๆ ที่ไม่ใช่โรงงานใหญ่ โดยเฉพาะการขายเพราะสู้กับระบบโรงงานไม่ได้

อีกทั้งยังเกรงว่าจะกระทบกับสูตรปลาร้า ซึ่งเป็นสูตรเส้นทางสายปลาแดกที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เนื่องจากวิธีการหมักแต่ละสูตร แต่ละเจ้า จะไม่เหมือนกัน รวมถึงชนิดของปลาที่ใช้ด้วย ทั้งนี้ การกำหนดคุณภาพมาตรฐานให้เหมือนกันทั้งประเทศตามประกาศนั้นแทบเป็นไปไม่ได้

...

นางฝาย กล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยที่กำหนดในประกาศที่ระบุว่า หนังและเนื้อปลาจะต้องไม่ฉีกขาดนั้น เจ้าหน้าที่ควรจะต้องศึกษาวิถีชีวิตคนท้องถิ่น และความเป็นไปเป็นมาของปลาแดก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าปลาร้านั้น เป็นไปไม่ได้เลย เพราะการหมักปลาร้าจะต้องหมักอย่างน้อย 8 เดือนขึ้นไป ถึงจะเป็นปลาร้า และหนังอาจมีหลุดลอก หรือเนื้อยุ่ย แต่ถ้าหมักไม่ถึง 3 เดือน จะไม่ใช่ปลาร้า และเสี่ยงมีพยาธิ

อย่างไรก็ตาม การออกประกาศฉบับนี้ ถ้าบังคับใช้ทั่วประเทศ คาดว่าจะกระทบแน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตปลาร้ารายย่อย

นายวรวุฒิ เอี่ยมกำแพง เกษตรและสหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ ระบุว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบรายละเอียด หรือหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการควบคุมมาตรฐานมากนัก เพราะเพิ่งประกาศ แต่โดยข้อเท็จจริงนั้นเป็นการประกาศมาตรฐานทั่วไป ไม่ได้เป็นประกาศบังคับ ซึ่งผู้ผลิตก็สามารถผลิตปลาได้เหมือนเดิม แต่หมักกระบวนการผลิตปลาร้าได้คุณภาพมาตรฐานตามที่กำหนด ก็จะเป็นการช่วยยกระดับ และช่วยเหลือผู้ประกอบการมากขึ้น