ชาวบ้านไผ่ ร้องผู้ว่าฯ ย้ายปลัดเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ออกนอกพื้นที่ อ้าง บริหารงานไร้ประสิทธิภาพ สร้างความเดือดร้อนมากว่า 3 ปี ปมก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียชุมชน วงเงิน 120 ล้าน 

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 เมษายน 2561 ที่ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียชุมชน วงเงิน 120 ล้านบาท ของเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ซึ่งมีปัญหายืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน

ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ตัวแทนจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 และคลังจังหวัด นายอำเภอบ้านไผ่และตัวแทนจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น และตัวแทนบริษัทผู้รับจ้าง รวมทั้ง ว่าที่ร้อยเอก วัทธิกร ทรงยศรัตนา ปลัดเทศบาลเมืองบ้านไผ่ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนของชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่ เข้าร่วมรับฟังการประชุม และให้ข้อมูลในส่วนที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนพร้อมยื่นข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น

...

โดย นายวีระศักดิ์ สายทอง ในฐานะกลุ่มคนรักบ้านไผ่และชาวบ้านไผ่ กล่าวต่อที่ประชุมว่า ประสบความเดือดร้อนเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการระบบบำบัดน้ำเสีย ชุมชนเทศบาลเมืองบ้านไผ่ และได้ร้องเรียนปัญหานี้ไปยังหน่วยงานระดับจังหวัดได้ทราบมาหลายหน่วยงาน แต่ไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากกลุ่มคนรักบ้านไผ่เห็นว่า โครงการดังกล่าวเกิดจากเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน บริหารจัดการล่าช้า ปล่อยมาหลายปี เพื่อให้ความจริงที่ชัดเจนและเปิดเผยต่อประชาชนรวมทั้งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ. ศ. 2560 กลุ่มคนรักบ้านไผ่จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ดำเนินการใน 4 ข้อ คือ ตั้งกรรมการขึ้นสอบสวนหาความจริงว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนใดมีพฤติกรรมส่อไปทางทุจริตต่อหน้าที่บ้าง หากพบว่ามีความผิดให้ลงโทษทางวินัยและอาญา ตั้งตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในขบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าวตามมาตรา 16 เปิดเผยข้อมูลของโครงการไม่ว่าจะเป็นสัญญาจ้างการตรวจงานจ้างการตรวจรับงานจ้างสัญญาจ้างที่ปรึกษาควบคุมงาน การดำเนินการตามข้อ 1-3 ให้ดำเนินการภายใน 7 วัน และใช้เวลาสอบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน และให้ย้ายปลัดเทศบาลเมืองบ้านไผ่ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ออกนอกพื้นที่ เพราะบริหารงานไม่มีคุณภาพ เป็นเหตุให้ชาวบ้านเดือดร้อน

ในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะตัวแทนจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น เห็นว่า การดำเนินการก่อสร้างที่ล่าช้าเกิดจากผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างไม่พูดคุยกันถึงปัญหาและอุปสรรค และถ้าผู้รับจ้างปฏิบัติตามระเบียบการจ้างงานในทุกๆ ข้องานก็จะเสร็จตามกำหนด คงไม่มีปัญหายืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อเกิดปัญหาแล้วก็เห็นว่าควรจะมีการดำเนินการข้อกฎระเบียบอย่างเด็ดขาด

ขณะที่ นายวิรุณภพ สุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 และคลังจังหวัด รวมถึงท้องถิ่นจังหวัด มีความเห็นตรงกันว่า การดำเนินการของผู้รับจ้างก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียชุมชน เกิดปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากแบบเปลี่ยนเดิมที่ทางเทศบาลเมืองบ้านไผ่ มีอยู่นั้นเป็นแบบที่เขียนมาหลายปีและหมดอายุไปแล้ว เมื่อมีการจัดซื้อจัดจ้าง แบบที่มีจึงไม่ตรงกับพื้นที่ปัจจุบัน จึงมีการแก้ไขแบบมาหลายครั้ง รวมถึงกรณีที่ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา 500 วัน จะต้องถูกปรับตามระเบียบนั้น ควรจะมีการยืดหยุ่น เพื่อให้การก่อสร้างเดินหน้าไปจนแล้วเสร็จ เพราะหากยกเลิกสัญญา โครงการที่ทำอยู่ก็จะค้างคา และต้องหาผู้รับจ้างรายใหม่ ซึ่งไม่ใช่ทางออกของการแก้ไขปัญหา

หลังรับฟังปัญหาและข้อมูลจากทางผู้รับจ้าง นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวต่อที่ประชุมว่า รับทราบข้อมูลจากทุกฝ่ายแล้ว ขอให้ปลัดเทศบาลเมืองบ้านไผ่ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรี ทำรายงานและกำหนดข้อเสนอรายงานให้ทางจังหวัดทราบภายในวันที่ 17 เมษายน ที่จะถึงนี้ ว่าเทศบาลเมืองบ้านไผ่ มีความคิดที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร และถ้าผู้รับจ้าง แก้ไขปัญหาไม่ได้ จะมีการดำเนินการเช่นไร เพราะชาวบ้านเดือดร้อนมาหลายปีแล้ว ถึงเวลานี้เทศบาลเมืองบ้านไผ่ต้องแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านจริง

...

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวอีกว่า การก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียชุมชน เทศบาลเมืองบ้านไผ่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการจัดการน้ำเสียภายใต้แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556-2558 ก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียชุมชน วงเงิน 120 ล้านบาท เป็นงบประมาณจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สัญญาจ้างเลขที่ 46/2559 ลงวันที่ 13 กันยายน 2559 แล้วเสร็จวันที่ 26 มีนาคม 2561 รวม 500 วัน ซึ่งสัญญาหมดไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่งานยังไม่แล้วเสร็จ ถ้าผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้าง แก้ไขปัญหาได้ ทุกฝ่ายก็สบายใจ ชาวบ้านก็ไม่เดือดร้อน

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นำคณะที่เกี่ยวข้องลงสำรวจดูพื้นที่ ที่มีการก่อสร้างทั้ง 4 จุด ซึ่งแต่ละจุดชาวบ้านก็จะมาบอกถึงความเดือดร้อนต่างๆ ซึ่งผู้ว่าก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก็บข้อมูลไว้ และจะมีการสรุปอีกครั้งในวันที่ 17 เมษายน เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ส่วนกรณีที่ชาวบ้านไผ่เรียกร้องให้ย้ายปลัดเทศบาลเมืองบ้านไผ่ พ้นพื้นที่เพราะบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่า รับฟัง รับรู้ข้อมูลจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกๆ เรื่องด้วย