บุกโกดังกลางทุ่งนา ที่ขอนแก่น หลังได้รับแจ้ง คนเช่ารถแล้วขาดส่งพบสัญญาณ GPS กลางทุ่ง ถึงตะลึง!พบรถเถื่อนจอดอยู่อีกกว่า 40 คัน พร้อมไม้พะยูงจำนวนมาก ตร.สั่งขยายผลสอบทันที
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 มี.ค.2561 พลตำรวจโทสุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พันเอกพิทักษ์พล ชูศรีหัวหน้าฝ่ายข่าวกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จังหวัดขอนแก่น มณฑ,ทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร พันตำรวจเอกสุรศักดิ์ มโนทัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าพระ นำกำลังทหาร ตำรวจ 50 นาย เข้าตรวจสอบที่ดินที่ดัดแปลงเป็นโกดังเก็บของ บนเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ ที่คุ้มตชด. บ้านหนองแวง ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
หลัง น.ส.กมลลักษณ์ พงษ์ฉัตรแก้ว อายุ 37 ปี ชาว จ.อุดรธานี และ น.ส.เอมอร กำเนิดขอนแก่น อายุ 30 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ เจ้าของบริษัทให้เช่ารถยนต์แห่งหนึ่ง ในจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าแจ้งที่ สภ.ท่าพระ เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน สีบอร์น-เงิน หมายเลขทะเบียน กษ- 1088 อุดรธานี ได้มีคนมาเช่าไปตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา แล้วขาดส่งมาประมาณ 3 วัน เมื่อตรวจสอบกับสัญญาณ GPS ที่ติดกับรถยนต์พบว่า มาอยู่ในทุ่งนาดังกล่าว หลังได้รับแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่สืบสวน
...
กระทั่งทราบว่า สถานที่ดังกล่าว มีรถยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่หลายคัน และมีลักษณะมีพิรุธหลายอย่าง จึงได้วางแผนสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว ตามสัญญาณ GPS เมื่อทางเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุถึงกับตะลึง เมื่อพบรถยนต์เก๋ง รถยนต์กระบะ หลากหลายยี่ห้อ จำนวนทั้งสิ้น 46 คัน แต่ละคันอยู่ในสภาพทั้งเก่าและใหม่ นอกจากนี้ ภายในที่ดินดังกล่าว ยังพบไม้พะยูงแปรรูปอีกจำนวนมาก วางกองทับกันอยู่
จากการสอบถาม นายภูมิพัฒน์ พัฒนะสกุลเจริญ เจ้าของที่ดินที่ซุกซ่อนรถยนต์ ขณะเข้าตรวจค้นกำลังดูแลสวนไผ่อยู่ภายในที่ดินดังกล่าว บอกว่า เมื่อประมาณ 8 เดือนที่ผ่านมา ได้มีนายแซม ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 30 ปี ชาว จ.ราชบุรี ที่มีศักดิ์เป็นน้องเขย มีอาชีพขายหมู มาขอเช่าที่ดินของตนในราคาเดือนละ 1 หมื่นบาท โดยไม่มีการทำสัญญา หลังจากนั้นนายแซม ก็เอารถยนต์ปิคอัพ รถยนต์เก๋ง เข้ามาจอด บางวันก็ขับรถออกไป โดยไม่ทราบว่าไปที่ไหน ซึ่งนายแซม จะจ้างคนดูแล 1 คน เพื่อเก็บกุญแจรถไว้ และคอยดูแลสภาพรถที่มาจอดในที่ดินดังกล่าว ส่วนไม้พะยูงที่มีอยู่ในที่ดินของตนตนเองได้ซื้อมานานมากกว่า 10 ปีแล้ว โดยไม่ทราบว่า เป็นไม้พะยูง เพื่อนำมาสร้างบ้านในที่ดินดังกล่าวในอนาคต
ด้านพล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า รถยนต์เก๋ง รถยนต์กระบะทั้งหมด มีประมาณ 46 คัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมดเพื่อให้ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรภาค 4 ตรวจสอบว่า เป็นรถยนต์ที่ถูกขโมยมาหรือไม่ ถ้าเป็นรถยนต์ที่โจรกรรมมา ผู้ที่รับจำนำไว้ก็ต้องมีความผิดฐานรับของโจรด้วย ส่วนไม้พะยูงก็ต้องรอเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาตรวจสอบว่า เป็นไม้ชนิดใดแน่ ประมาณเท่าไร ถ้าเป็นไม้พะยูงผู้ครอบครองก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และในส่วนของนายแซม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะติดตามตัวมาสอบสวน หากเข้าข่ายความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากพบว่ามีการทำเป็นขบวนการ ก็จะได้ติดตามตรวจสอบขยายผลทั้งระบบต่อไป