เข้าสู่ฤดูแล้ง สภาพอากาศร้อนทำให้โรคแมลงศัตรูต่างๆระบาดเข้าทำลายหาแหล่งอาหาร โดยเฉพาะในแปลงมันสำปะหลัง ช่วงนี้นอกจากเพลี้ยแป้งกัดกินยอด ใบอ่อนมันสำปะหลัง หลายพื้นที่ยังเกิดโรคพุ่มแจ้ ที่มีเพลี้ยจักจั่นเป็นพาหะนำโรค

แม้วันนี้การสำรวจเบื้องต้น จะยังไม่พบการระบาดของ โรคพุ่มแจ้ ในมันสำปะหลังก็ตาม แต่จากการเฝ้าติดตามสถานการณ์การปลูกมันสำปะหลังในประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา และเวียดนาม พบการระบาดของโรคเหล่านี้แล้ว

กรมส่งเสริมการเกษตร ฝากเตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เฝ้าระวังโรคพุ่มแจ้ไว้ให้ดี...เพราะทำให้เปอร์เซ็นต์แป้งลดลง ผลผลิตต่ำ มันฯยืนต้นตาย

โรคพุ่มแจ้ เกิดจากเชื้อไวรัสไฟโตพลาสมา สามารถระบาดได้ทุกฤดูหากต้นมันสำปะหลังอ่อนแอ จะมีลักษณะอาการคล้ายกับถูกเพลี้ยแป้งทำลาย แต่เมื่อไปดูใกล้ๆจะไม่พบตัวเพลี้ยแป้งมากัดกินดูดน้ำเลี้ยงจากยอดใบมันฯแต่อย่างใด

ต้นมันฯที่เป็นโรคพุ่มแจ้ จะมีลักษณะแคระแกร็น ใบยอดแตกเป็นพุ่มขนาดเล็ก ลักษณะใบหงิก มีจำนวนมากกว่าปกติใบมีสีเหลืองซีด หรือสีเหลืองเข้มปนสีน้ำตาลแดง ใบที่เป็นโรคจะแห้งตายเริ่มจากล่างขึ้นไปถึงปลายยอด

แนวทางการป้องกัน กรมส่งเสริมการเกษตร แนะเกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งกำจัดวัชพืชโดยเฉพาะ ต้นสาบม่วง และ ตีนตุ๊กแก ออกไปให้หมดจากแปลง เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไก่แจ้ พาหะนำเชื้อไวรัสมาสู่ต้นมันฯ

และหากพบต้นมันที่มีลักษณะอาการดังกล่าว ห้ามนำท่อนพันธุ์ไปปลูกเด็ดขาด เพราะจะทำให้โรคพุ่มแจ้ระบาดไปในวงกว้างได้.

สะ–เล–เต