หน.เขตป่าภูวัว พร้อม นอภ.บุ่งคล้า เร่งต้อนช้างป่ากลับขึ้นเขา หลังได้ไล่ทำร้ายคนที่เข้าไปหาของในป่า จนดับอนาถ แล้วล่าสุดยังมีชาวบ้านไปพบเจอ จึงต้องไล่ต้อนให้เข้าป่า..
หลังเกิดเหตุช้างป่าที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ลงมาหากินตามแนวชายป่า และไปเจอศพชายหนุ่มชาวบ้านหนองบ่อ ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆ อยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ห่างจากฐานพิทักษ์ป่าหนองบ่อเพียง 300 เมตร ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นฝีมือของช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต ซึ่งสามารถนำศพออกมาได้เมื่อวานนี้ ซึ่งชาวบ้านที่ออกมากรีดยางในช่วงเย็น ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า ยังพบเห็นช้างป่าวนเวียนอยู่ใกล้กับจุดที่พบศพ จึงขอให้เจ้าหน้าที่เข้ามาผลักดันช้างป่าให้ออกนอกพื้นที่ หรือให้กลับขึ้นไปบนเขาภูวัว เพราะชาวบ้านไม่กล้าออกมาทำมาหากินในพื้นที่ใกล้เคียง
เช้าวันนี้ 12 มี.ค. เวลา 08.00 น. หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้าน นายจรูญ บุหิรัญ นายอำเภอบุ่งคล้า สนธิกำลังกับ นายทวีป คำแพงเมือง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว นำทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบึงกาฬ และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จัดชุดปฏิบัติการณ์ในการไล่ต้อนช้างขึ้นเขา ปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุได้ในเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง และให้ชุดพิทักษ์ป่าที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่ช้างป่าลงมา สามารถเดินเท้าเคลื่อนที่เข้าไล่ต้อนช้างป่าได้ทันที ทั้งนี้ช้างป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวขณะนี้มีประมาณ 50 ตัว ซึ่งก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควรเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่มีเพียง 1 แสนกว่าไร่ มีพื้นที่ราบบนเขาเพียง 7 หมื่นกว่าไร่ อาจจะทำให้อาหารและแหล่งน้ำของช้างมีไม่เพียงพอ จึงทำให้ช้างป่าออกหากิน
ซึ่งจากสถิติมีเหตุช้างป่าทำร้ายชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เฉลี่ยปีละ 1 ราย ซึ่งอยากเตือนชาวบ้านที่ลักลอบขึ้นไปทำมาหากินบนเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะเข้าไปในป่าให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน จะได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่าบริเวณนั้นมีช้างป่าหรือไม่ หรือจะเข้าไปก็ให้ไปกันเป็นกลุ่ม 4-5 คนขึ้นไป เพื่อช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นช้างป่าจะได้หลบหลีกทัน ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้ออกเฝ้าระวัง ตรวจตราถี่ขึ้น และประชาสัมพันธ์ให้ลูกบ้านได้รับทราบในการออกไปกรีดยาง หรือทำมาหากิน ให้ระมัดระวัง ถ้าพบเห็นช้างป่าออกมาให้รีบแจ้งสายด่วน 1362 หรือ 0898623389.