ตาสี ตาน้องฟีโน่ ที่ถูกหาว่าไล่หลานชายเด็กกตัญญู ที่ตกเป็นข่าวจนมีคนบริจาคเงินกว่า 5 แสน ออกจากบ้านหลังใหม่ที่หนองหาน ต้องย้ายไปอาศัยญาติอยู่ที่ปราจีนบุรี ยืนยันถูกใส่ร้าย ยังรักยังคิดถึงหลาน แต่ที่ไม่ชอบและไม่เอา คือแม่ของหลาน...

วันที่ 20 ก.พ. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านโรงเรียนบ้านบ่อคำ หมู่ 2 ต.ดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี สังกัด สพป.อด.3 เพื่อพบกับนายธรรมรัตน์ ธรรมพุทธวงศ์ ผอ.โรงเรียน สอบถามเกี่ยวกับเรื่องของ ด.ช.อรรถพล บุญมี หรือน้องฟีโน่ เด็กยอดกตัญญูดูแลแม่ป่วยเป็นโรคหอบหืด และเดินทางมาเรียนลำบาก จนทางโรงเรียนให้การช่วยเหลือ มีผู้ใจบุญร่วมบริจาคได้เงินไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท และนายธรรมรัตน์ ได้ช่วยจัดสรรนำเงินส่วนหนึ่ง จำนวนกว่า 4 แสนบาทสร้างบานให้น้องฟีโน่ และครอบครัว แต่ต่อมาน้องฟีโน่ พร้อมกับแม่ และยาย กลับถูกไล่ออกจากบ้านจนต้องไปอาศัยกับญาติที่ปราจีนบุรี

พบว่านายธรรมรัตน์ ไม่อยู่ โดยนางชนิฐาภากุล ชัยนิคม ครูประจำชั้นประถมปีที่ 3 ของ ด.ช.อรรถพล หรือน้องฟีโน่ กล่าวว่า วันนี้ ผอ.ไปราชการที่ สพป.อด. 3 ส่วนน้องฟีโน่ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม่ของน้องได้มาทำเรื่องขอย้ายลูกชายเพื่อไปเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรี ซึ่งตนก็บอกว่าไม่อยากให้ย้ายในช่วงนี้เพราะจะมีการทดสอบ แต่ผู้ปกครองไม่ยอม ทางโรงเรียนจึงต้องทำเรื่องย้ายให้

ส่วนที่มีข่าวว่าตาของน้องฟีโน่ไล่ออกจากบ้านนั้น ทางโรงเรียนไม่ทราบเรื่อง เพียงได้ยินแต่เด็กนักเรียนมาเล่าให้ฟัง สำหรับการเรียนของน้อง ก็อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง แต่เวลาเรียนจะซึม ไม่ร่าเริงเหมือนเดิมและมักจะหยุดเรียนในช่วงที่แม่ไปหาหมอ เพราะต้องไปดูแลแม่ที่เป็นโรคหอบหืด ขณะนี้เพื่อนนักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 ที่เรียนห้องเดียวกันกับน้องฟีโน่ต่างคิดถึงฟีโน่ อยากให้กับมาเรียนที่เดิม

...

ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของน้องฟีโน่ที่เคยพักอาศัย และสร้างจากเงินบริจาคของผู้มีจิตเป็นกุศลนำสร้างบ้านให้ ได้พบกับนายสี ภักดี อายุ 62 ปี ผู้มีศักด์เป็นตา (สามีใหม่ของยาย) กำลังก่อกองไฟอยู่บริเวณบ้านเลขที่ 126 บ้านบ่อคำ ต.ดอนหายโศก อ.หนองหาน ส่วนบ้านของฟีโน่ที่อยู่ใกล้กันปิดเงียบ

นายสี กล่าวว่า ตามที่มีข่าวว่าตนนั้นไล่ภรรยาคือนางแดง และหลานชายทั้งสองคนคือน้องฟีโน่และน้องวีโก้พร้อมแม่ของฟีโน่นั้น ไม่เป็นความจริง วันที่จะออกจากบ้านไปนั้น ตนยังถามว่าจะไปไหน เพราะเห็นขนของขึ้นรถ ทางนั้นบอกว่าจะไปอยู่จังหวัดปราจีนบุรีกับญาติ ซึ่งตนถูกกล่าวหาหลายเรื่อง ทั้งเรื่องทำร้ายหลานชายถึงกับมีเจ้าหน้าที่มาสอบถามข้อมูลว่าจริงหรือไม่ ตนก็บอกไปว่าไม่เป็นความจริง ยังคิดถึงหลานทั้งสองคนอยู่เพราะเคยเลี้ยงดูเขามา อยากให้หลานและภรรยากลับมาบ้าน ส่วนแม่ของฟีโน่คือนางอรุโณทัย บุญมี นั้น ตนรับไม่ได้ ไม่เอา ไม่ต้องมา

นายสี ยังกล่าวด้วยว่า ตอนนี้ตนรายได้มีเพียงเบี้ยยังชีพคนชรา 600 บาทและเบี้ยคนพิการ 800 บาท เท่านั้น ส่วนเรื่องที่ถูกกล่าวหา ตนที่จะหาพยานที่เป็นคนใกล้บ้านมายืนยันว่า เรื่องที่ถูกกล่าวหานั้น ไม่เป็นความจริง.