พ่อเมืองขอนแก่น ตั้งกรรมการสอบ เอาผิดวินัย นักส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอำเภอชุมแพ บุคคลในคลิปเมากร่างอ้างตัวเป็นปลัด ด่าลูกน้อง สั่งเด้งไปนั่งทำงานที่จังหวัด พร้อมตั้งกรรมการสอบ หากมีความผิดจะถูกดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาด...
เวลา 11.30 น. วันที่ 19 ก.ค. นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว กรณีที่โซเชียลมีการแชร์คลิปชายอ้างตัวเป็นปลัดอำเภอ มีอาการเมาแล้วกร่าง ท้าตีท้าต่อยลูกน้องกลางร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.ชุมแพ ว่า มีการตรวจสอบคลิปดังกล่าวแล้ว และพบความจริงว่าไม่ได้เป็นปลัดอำเภอแต่อย่างใด แต่ชายคนดังกล่าวเป็นนักส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชำนาญการ อำเภอชุมแพ ซึ่งไม่ได้มีตำแหน่งเป็นปลัดอำเภอ
ทั้งนี้ หลังตรวจสอบคลิปแล้ว ได้เซ็นคำสั่งย้ายท้องถิ่นอำเภอชุมแพ มาช่วยราชการที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 2560 เป็นต้นไป จนกว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ
ผวจ.ขอนแก่น กล่าวอีกว่า นอกจากเซ็นคำสั่งย้ายแล้ว ยังได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบความเป็นจริง รายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะคนที่เป็นข้าราชการ จะประพฤติตนเช่นนี้ไม่ได้ ถือเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เงินเดือนที่ได้รับก็มาจากภาษีของประชาชน ฉะนั้นคนที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม ถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หลังทราบเรื่องและตรวจสอบคลิปแล้วจึงสั่งย้ายไปช่วยราชการทันที หากมีความผิดจะถูกดำเนินการทางวินัยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ข้าราชการรายอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะในกรณีแบบนี้ ถึงแม้ผู้ว่าฯ ไม่ดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน
ผู้ว่าราชการจังหวัดยังกล่าวอีกว่า การตรวจสอบพฤติกรรมของข้าราชการรายนี้ ไม่ใช่ตรวจสอบเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับคลิปเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบพฤติกรรมย้อนหลังอีกว่า เคยมีพฤติกรรมก้าวร้าวกับเจ้าหน้าที่ หรือผู้ใต้บังคับบัญชาหรือไม่ มีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อสาธารณะหรือไม่ ต้องตรวจสอบให้หมด ขอยืนยันว่าจะทำการตรวจสอบทั้งหมดเพื่อให้ความเป็นธรรม และเพื่อความสงบสุขของประชาชน สังคม และเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีงามของข้าราชการไทย
...
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามกรณีดังกล่าวกับ นายวรงค์ คลังเงิน ท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ชายที่ปรากฏตามคลิปคือ นายบัญชา คุณกิตติ นักส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชำนาญการ อำเภอชุมแพ ซึ่งไม่ได้มีตำแหน่งเป็นปลัดอำเภอแต่อย่างใด ขณะนี้ให้มาช่วยราชการที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หากมีมูลก็จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยคำสั่งดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น สั่งตั้งแต่บ่ายวันที่ 18 ก.ค.แล้ว.