สนอง ก้อนสมบัติ ผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.น่าน
2 ผู้ปกครอง แจ้งจับครูสาว โรงเรียนดังจังหวัดน่าน อ้างเป็นมูลนิธิ AFS พานักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศนิวซีแลนด์ ก่อนเชิดเงินเป็นค่าดำเนินการกว่า 1.3 ล้านบาท ขณะที่ ผอ.โรงเรียนสั่งย้ายครูสาว สอบข้อเท็จจริงใน 7 วัน
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 เม.ย.60 ได้รับแจ้งว่า ได้มีผู้ปกครองนักเรียนจำนวน 2 ราย เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.เชาวลิต เทรักษา พงส. สภ.เมืองน่าน เพื่อดำเนินคดีกับอาจารย์สาว โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งของ จ.น่าน หลังอ้างสามารถพาเด็กเข้าโครงการมูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-นานาชาติ (AFS ประเทศไทย) ได้ ก่อนเชิดเงินกว่าล้านบาทหนี
จากการสอบถามผู้ปกครองรายหนึ่ง ทราบว่า เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ครูสาวคนดังกล่าวได้ชักชวนลูกสาวให้เข้าร่วมโครงการของมูลนิธิ AFS เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศนิวซีแลนด์ ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน และจะเดินทางวันที่ 6 เม.ย. 60 โดยจะมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าสนับสนุนมูลนิธิ และอื่นๆ ซึ่งทางครูสาวคนดังกล่าว จะทางเรียกเก็บเงินเป็นระยะ
ขณะที่ ผู้ปกครองอีกราย เปิดเผยว่า ได้จ่ายเงินให้ครูสาวคนดังกล่าวรวมแล้วประมาณ 959,956 บาท โดยเงินทั้งหมดนั้น จ่ายทั้งเงินสด และเช็คธนาคาร แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเรียกตัวเด็กนักเรียน หรือกำหนดการเดินทาง แต่อย่างใด ซึ่งเป็นที่ผิดสังเกต จนในที่สุดก็ทราบว่าถูกหลอก หลังติดตามทวงถามขอเงินคืน ขณะที่ผู้ปกครองอีกรายหนึ่งก็ถูกหลอกลวงเช่นเดียวกันและเสียเงินรวมกว่า 3 แสนบาท
ด้าน ร.ต.อ.เชาวลิต เทรักษา พงส.สภ.เมืองน่าน เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวมีผู้ปกครอง 2 ราย และผู้แทนจากมูลนิธิ AFS เข้าแจ้งความดำเนินคดี เบื้องต้นตั้งข้อกล่าวหาฉ้อโกง ซึ่งเป็นคดีความอันยอมความได้ หากผู้ถูกกล่าวหาสามารถชดใช้ค่าเสียหายให้กับเจ้าทุกข์เป็นที่พอใจ ก็สามารถถอนแจ้งความได้ ส่วนการปลอมแปลงเอกสารและการอ้างชื่อมูลนิธิ AFS ทำให้เกิดความเสียหาย เป็นคดีความทางอาญา ซึ่งจะมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำอย่างละเอียดต่อไป
ด้าน นายสนอง ก้อนสมบัติ ผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.น่าน ได้เปิดเผยว่า หลังจากทางโรงเรียนได้ทราบถึงปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรณีที่ผู้ปกครองของนักเรียน 2 คน เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองน่าน ให้ดำเนินคดีกับอาจารย์สาวในสังกัด หลอกเอาเงินไป 1.3 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นค่าสนับสนุนให้มูลนิธิแห่งหนึ่ง ทำให้สามารถส่งเด็กไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างประเทศได้ จนผู้เสียหายหลงเชื่อ จ่ายเงินไปให้เมื่อช่วงเดือน ธ.ค.59 โดยบอกว่าจะเดินทางในวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่เวลาผ่านไปไม่มีการเดินทางไปตามที่กล่าวอ้าง พอทวงถามเรื่องเงินกลับบ่ายเบี่ยง เลยเชื่อว่าถูกหลอกจึงพากันเข้าแจ้งความดังกล่าว
อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นไว้ 2 เรื่อง คือถูกขบวนการมิจฉาชีพ หลอกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด และเป็นผู้กระทำผิดจริง คาดว่าภายใน 7 วัน จะทราบผลการสอบสวนได้ หากพบว่าครูคนดังกล่าวมีความผิดจริง จะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด ซึ่งขณะนี้ทางโรงเรียนนั้นได้ทำเรื่องให้ย้ายครูสาวคนดังกล่าวไปช่วยราชการนอกพื้นที่ก่อนเพราะอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยทางโรงเรียนยืนยันไม่ทราบเรื่องมาก่อน อีกทั้งเคยร่วมงานกับมูลนิธิดังกล่าวส่งเด็กไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมานานกว่า 20 ปี ไม่เคยเกิดปัญหาเช่นนี้แต่อย่างใด.