"ชุมชนดอยปุย" น้อมรับผิดขอโทษตัด "ต้นนางพญาเสือโคร่ง" ในพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ พร้อมให้ "อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย" ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา


จากกรณี ชาวบ้านร้องเรียนหลังพบกลุ่มบุคคลตัด "ต้นนางพญาเสือโคร่ง" หรือ "ซากุระเมืองไทย" ภายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย บริเวณบ้านม้งดอยปุย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตใจของชาวเชียงใหม่ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกทั้งต้นไม้ดังกล่าวยังปลูกขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีเมื่อกว่า 20 ปีก่อน

ล่าสุด วันที่ 26 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสุเทพ ลงพื้นที่บ้านม้งดอยปุย หมู่ 11 ตำบลสุเทพ เพื่อสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา

จากการสอบถามเบื้องต้น พบว่ากลุ่มจิตอาสาซึ่งมีทั้งตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่และนอกพื้นที่ ได้เข้ามาขออนุญาตปรับปรุงภูมิทัศน์ด้วยวาจา โดยเจ้าหน้าที่เข้าใจว่าจะเป็นการทำความสะอาดและถางหญ้า ไม่คิดว่าจะมีการตัดโค่นต้นไม้ แต่ปรากฏว่ามีต้นไม้ถูกตัดรวม 15 ต้น เป็นต้นนางพญาเสือโคร่ง 11 ต้น ก่อนที่ภาพเหตุการณ์จะถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

ทางด้าน นายเมธาพันธ์ ภุชกฤษดาภา กำนันตำบลสุเทพ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะชาวบ้านทราบดีว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ การดำเนินการเกี่ยวกับต้นไม้และป่าไม้ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อน พร้อมยอมรับว่าอาจมีความหละหลวมในการกำกับดูแลและตรวจสอบกิจกรรมในวันเกิดเหตุ

ในนามตัวแทนชาวบ้านม้งดอยปุย จึงขอแสดงความเสียใจและขอโทษประชาชนที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ พร้อมยืนยันว่าชุมชนพร้อมร่วมมือแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูพื้นที่ โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย

ขณะที่ นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เผยว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบไม้ยืนต้นถูกตัดรวม 15 ต้น แปรรูปเป็น 46 ท่อน ในจำนวนนี้เป็นต้นนางพญาเสือโคร่ง 11 ต้น รวม 40 ท่อน ขณะที่ผลการสอบสวนเบื้องต้นของตำรวจพบผู้ร่วมกระทำการตัดไม้ 7 ราย

ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง หากพบผู้กระทำผิดต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ที่เข้ามาดำเนินการแจ้งว่าจะปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่กลับมีการตัดต้นไม้เกินขอบเขตที่ตกลงไว้ แม้จะเป็นต้นไม้ที่ปลูกขึ้นเองในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ก็ไม่สามารถตัดได้โดยพลการ พร้อมขยายผลตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องและผู้สั่งการต่อไป

ทางด้าน นายสุรเชษฐ์ ตาคำมา นายกเทศมนตรีเมืองสุเทพ กล่าวว่า เทศบาลได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและได้มอบหมายนิติกรตรวจสอบข้อเท็จจริงจากภาพที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยพบว่าเสื้อกั๊กที่ปรากฏในภาพเป็นเสื้อกั๊กของเทศบาลจริง จึงได้ส่งข้อมูลและหลักฐานให้หัวหน้าอุทยานแล้ว ส่วนรายละเอียดอื่นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ประจำของเทศบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว และขอให้การตรวจสอบเป็นไปตามกระบวนการ พร้อมเตรียมหารือแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาสวยงามโดยเร็ว เนื่องจากดอยปุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของชุมชน พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและสัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวดอยปุยได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการพิจารณาแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต่อไป.