จ.เชียงใหม่ ประสานหน่วยงานเฝ้าระวังฝนตกหนัก 4-7 ก.ย. อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก จับตาพิเศษพื้นที่ "อำเภออมก๋อย" หลังมีค่าความชุ่มชื้นในดินสูง 249 มิลลิเมตร เสี่ยงดินโคลนถล่ม

วันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ และเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ 

ภายหลังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานในช่วงวันที่ 4–7 กันยายน 2569 ภาคเหนือจะฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

โดยว่าที่ร้อยโท สายรุ้ง กลุ่นเขียว ผู้อำนวยการส่วนอุทกวิทยาที่ 1 เชียงใหม่ รายงานว่า พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคืออำเภออมก๋อย ซึ่งมีค่าความชุ่มชื้นในดินสูงถึง 249 มิลลิเมตร สะท้อนว่าดินมีความชุ่มน้ำสูง จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังต่อความเสี่ยงดินถล่มและดินโคลนไหล ขอให้ทุกอำเภอติดตามค่าความชุ่มชื้นของดินอย่างใกล้ชิด

นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หากพื้นที่ใดไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หรือไม่สามารถรับการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ได้ ผู้นำท้องที่ต้องเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางอื่น เช่น เสียงตามสาย หรือการประกาศกระจายเสียง หากพื้นที่ไหนไม่มีไฟฟ้าควรมีวิทยุทรานซิสเตอร์ เพื่อรับฟังการประกาศแจ้งเตือนภัยจากส่วนราชการ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง 

พร้อมมอบหมายให้นายอำเภอตรวจสอบพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หรือมีสัญญาณอ่อน ให้ประสานมายังจังหวัดและประสานผู้ให้บริการโทรศัพท์ดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและดินโคลนถล่ม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยังเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดฝึกอบรมการใช้กระบอกวัดปริมาณน้ำฝน ให้แก่ประชาชนหรือผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อให้สามารถตรวจวัดและรายงานปริมาณน้ำฝน มายังจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งข้อมูลดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญในการประเมินสถานการณ์ และประกอบการออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ

พร้อมทั้งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ยานพาหนะ และอุปกรณ์สำหรับการช่วยเหลือประชาชนให้พร้อมปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลา พร้อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการเข้าพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย