เหตุเด็ก 14 ยิงในโรงเรียน ที่กำแพงเพชร พบทุบรถพ่อ ก่อนขโมยปืนไปก่อเหตุ ด้านพี่ชายขอโทษสังคมแทนน้อง รับผิดแทนที่สอนไม่ดี ขณะที่กู้ภัย เผยนาทีเข้าชาร์จตัว
เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 2 ก.ย.2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นที่โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม ม.3 ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เมื่อเด็กนักเรียนชายอายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ซึ่งอยู่ระหว่างรักษาตัวจากอาการป่วยซึมเศร้า และอยู่ในช่วงของการพักการเรียน ได้ทุบรถยนต์ของพ่อที่เป็นตำรวจและขโมยปืนขนาด 9 มม. บุกยิงตั้งแต่หน้าโรงเรียนเข้าไปจนถึงอาคารเรียน ท่ามกลางความตกใจของครูและนักเรียนที่กำลังเปลี่ยนคาบเรียน จนต้องพากันวิ่งหนีตายอลหม่าน
จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนตกอยู่บริเวณใกล้ป้อมยามหน้าโรงเรียน พร้อมร่องรอยกระสุนที่รถเก๋งสีแดงของครู 1 นัด และบริเวณหน้าอาคาร 2 ห้องพลศึกษา พบปลอกกระสุนทั้งที่ยิงแล้วและยังไม่ถูกยิงตกอยู่เกลื่อนพื้น รวมถึงร่องรอยกระสุนที่ประตูกระจก 1 รู เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สมาคมหน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร สามารถเข้าระงับเหตุและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ทันท่วงที
โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่กำลังเคลียร์สถานการณ์ภายในโรงเรียนมีผู้ปกครองของนักเรียนต่างเดินทางมารอรับลูกหลานของตนเองอย่างใจจดใจจ่อ โดยที่ผ่านมาทางโรงเรียนปิดข่าวว่าเด็กรายดังกล่าวได้มีการโพสต์รูปปืนและขู่ว่าจะเข้ามาก่อเหตุในโรงเรียน แต่ทางโรงเรียนยังนิ่งนอนใจบอกว่าแก้ปัญหาได้เอาอยู่ ซึ่งจนวันนี้ก็มาเกิดเหตุดังกล่าวจนทำให้ผู้ปกครองร้อนใจกลัวความไม่ปลอดภัยของลูกหลานที่มาเรียน
ภายหลังเกิดเหตุ นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วย นายสวนิตย์ สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้รุดลงพื้นที่ควบคุมสถานการณ์ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยและความคุ้มครองจิตใจให้กับบรรดาผู้ปกครองที่เดินทางมาเฝ้ารอติดตามสถานการณ์ด้วยความห่วงใย โดยได้ปล่อยเด็กนักเรียนออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกคน ส่วนแรงจูงใจในการก่อเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนสรุปข้อเท็จจริงต่อไป โดยทางโรงเรียนจะทำการหยุดการเรียนเป็นเวลา 2 วัน โดยจะให้เด็กทำการเรียนการสอนในระบบออนไลน์ ฝากไปยังผู้ปกครองให้หมดความกังวลและมั่นใจในความปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นหลังจากกลับเข้าสู่ภาวะการเรียนการสอนปกติอีกครั้ง
ด้าน ลุง รปภ. เผยว่า ผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาทางหน้าโรงเรียนและใช้อาวุธปืนเล็งยิงถากตนไป 1 นัด ก่อนจะบุกเข้าไปข้างใน ซึ่งตอนแรกตนก็คิดว่าเป็นปืนปลอมแต่หลังจากที่เด็กลั่นไกยิงถากหูไปทำให้ตนหูอื้อซึ่งหลังจากนั้นเด็กก็บุกเข้าไปด้านในและยิงปืนหลายนัดจนนับไม่ถ้วน ซึ่งน้องสาวของตนก็เป็นห่วงมากพอทราบข่าวก็เข้ามาขอให้ตัวเองไปหาหมอ
ขณะที่ครูพลศึกษาเล่าเหตุการณ์นาทีชีวิตว่า เมื่อได้ยินเสียงปืนได้พยายามตั้งสติพาเด็กนักเรียนหลบหนี และเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุ จึงช่วยผลักดันนักเรียนให้เข้าไปหลบในหอประชุมได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความโล่งอกของทุกฝ่าย
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบบริเวณจุดที่พบกระสุนถูกยิงทั้งรถของคุณครูและบริเวณห้องเรียนทั้งหมดอย่างละเอียด โดยรถเก๋งของคุณครูถูกกระสุนปืนจำนวน 1 นัด กระสุนทะลุกระจกหลังไปโดนคอนโซลหน้ารถ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเด็กชายวัย 14 ปี ไปชี้จุดการก่อเหตุในโรงเรียนทั้งหมดก่อนที่จะนำตัวออกจากโรงเรียนเพื่อนำไปสอบสวนที่ สภ.เมืองกำแพงเพชร อย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งก็จะต้องใช้สหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าพูดคุยถึงชนวนเหตุการตัดสินใจยิงครั้งนี้
ขณะที่ นายณัฐพล ศิลป์พูน อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร ที่เข้าไปชาร์จตัวของเด็กชาย 14 ปี ไว้ได้ เล่าว่า น้องชายของตนเองที่เรียนอยู่ในโรงเรียน ชั้น ม.2 เป็นคนโทรแจ้งว่าเกิดเหตุขึ้น เมื่อตนเองมาถึงเด็กชายดังกล่าวก็ถือปืนอยู่บริเวณชั้น 3 ของตึกอาคารเรียน จังหวะนั้นก็เห็นผู้ก่อเหตุเดินลงมาจากตึกตนจึงจอดรถและเข้าไปประชิดขอให้วางปืนและใจเย็น ๆ ซึ่งก่อนที่ตนจะเข้าไปผู้ก่อเหตุได้วางปืนแล้วและอยู่ในอาการสงบตนจึงขอให้หมอบลงกับพื้น โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ซึ่งเด็กผู้ก่อเหตุได้พูดกับตนว่าได้รับแรงกดดันจากเพื่อนและอาจารย์สอนวิชาหนึ่ง ที่เอาเรื่องส่วนตัวของตนเองไปเปิดเผยทำให้เกิดความอับอาย จึงตัดสินใจที่จะมาตามหาอาจารย์ท่านนี้และใช้ปืนยิง แต่ก็ไม่เจอครูคนดังกล่าว
ด้าน นายสมยศ ศิลป์พูน อายุ 50 ปี หัวหน้ากู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร เล่าว่า ก่อนหน้านี้ประมาณสองสัปดาห์เด็กคนดังกล่าวที่ก่อเหตุได้โพสต์รูปปืนของพ่อที่เป็นตำรวจและข้อความว่าจะเข้ามาก่อเหตุในโรงเรียน ซึ่งตนในฐานะผู้ปกครองที่มีลูกเรียนอยู่ในโรงเรียนก็ได้พูดคุยและหารือมาตรการป้องกันกับคณะผู้บริหาร ซึ่งทุกคนก็ทราบกันดีและเตรียมรับมือหากเหตุการณ์เกิดขึ้น จนสุดท้ายลูกชายของตนโทรแจ้งว่าเด็กคนดังกล่าวมาก่อเหตุแล้ว ซึ่งเมื่อมาถึงก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้สงบและมอบตัวได้สำเร็จ ซึ่งเด็กชายดังกล่าวได้บอกว่าตนยิงไปแล้วแต่ไม่โดนใครจำนวนเจ็ดถึงแปดนัด ซึ่งตนเข้ามาเพื่อตามหาครูคนหนึ่งที่นำเรื่องของผมไปเผยแพร่ทำให้ไม่พอใจ
ขณะที่ นายบี อายุ 22 ปี พี่ชายผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาพูดคุยเกลี้ยกล่อมกับน้องชาย พร้อมให้ข้อมูลว่า ตนต้องขอโทษสังคมที่น้องชายตนเองก่อเหตุดังกล่าวขึ้น และไม่อยากให้โทษเกมหรือปัญหาใด ตอนนี้ตนยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าน้องชายก่อเหตุเพราะอะไร ซึ่งปัจจุบันน้องก็อาศัยอยู่กับแม่ ตอนอยู่กับตนเองก็ปกติไม่มีอารมณ์ก้าวร้าวอะไรซึ่งจะมีพฤติกรรมชอบเล่นเกมปกติ แต่น้องไม่ค่อยเล่าปัญหาให้ตนฟัง ซึ่งที่บ้านยอมรับว่าเลี้ยงดูเป็นอย่างดีแม้แต่คำหยาบก็ไม่พูด แต่ช่วงหลังมาเพิ่งรู้ว่าน้องถูกพักการเรียนเนื่องจากมีปัญหา แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรเพราะที่บ้านไม่ได้เล่าให้ตนฟัง ตนรู้เรื่องน้อยสุดในครอบครัวแล้ว อีกอย่างก็เพิ่งมารู้ว่าน้องโพสต์ขู่ว่าจะเอาปืนไปยิงกราดในโรงเรียน จนเกิดเหตุวันนี้ตนมาถึงก็ไม่ได้เข้าไปคุยกับน้องแต่อย่างใด ซึ่งก็อยากขอโทษสังคมให้อภัยน้องผมด้วยเนื่องจากยังเด็กอยู่ จะโทษที่ตัวเองก็ได้ที่สอนน้องไม่ดี
ด้าน พ.ต.อ.เอนก จันทร์ศร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า เด็กชายผู้ก่อเหตุดังกล่าวมีอาการป่วยซึมเศร้าหลังจากนั้นโรงเรียนก็ให้พักการเรียนสองสัปดาห์ จนมาก่อเหตุวันนี้ช่วงบ่าย ซึ่งก็ได้ทุบรถของพ่อและขโมยอาวุธปืนมา โดยเริ่มจากการยิงจุดแรกที่หน้าโรงเรียนโดยมีนักการ (รปภ.) ถูกยิงแต่ไม่โดน จากนั้นก็เดินเข้าไปในกลุ่มคนในโรงเรียนเพื่อยิงแต่ยิงไม่ถูกเนื่องจากทักษะในการยิงของเด็กยังไม่มี หลังจากนั้นก็ขึ้นไปตามหาครูผู้หญิงท่านหนึ่งเพื่อจะยิงแต่ไม่เจอ เนื่องจากครูดังกล่าวซ่อนตัวอยู่ในห้องเรียน ที่ผ่านมาได้มีการเตรียมมาตรการป้องกันอย่างต่อเนื่องถอดแบบมาจากจังหวัดนนทบุรี ซึ่งก่อเหตุยิงไปทั้งหมด 6 จุด และมีปลอกกระสุนตกเกลื่อนอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังมากระชับพื้นที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด ส่วนชนวนเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าครูให้เด็กพักการเรียน จนผูกใจเจ็บกับครูท่านนี้จนมาก่อเหตุดังกล่าว สุดท้ายแล้วขณะนี้อยู่ในช่วงของการลงความเห็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบสภาพจิตใจและสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง