ชาวบ้านปักหลักรอคิวหน้าธนาคาร หวังยื่นอุทธรณ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เหตุข้อมูลไม่ตรงกับปัจจุบัน บางรายประกาศลั่น หากยังผิดพลาด กระทบต่อปากท้อง อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาการบริหารงานของรัฐบาลใหม่
วันที่ 20 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประกาศผลการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมีผู้ที่ลงทะเบียนไว้ไม่ผ่านเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องมายื่นอุทธรณ์ โดยที่ จ.อุตรดิตถ์ ที่หน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาลับแล จ.อุตรดิตถ์ พบว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเข้าแถวรอคิวตั้งแต่ก่อนธนาคารเปิดทำการ เพื่อติดต่อตรวจสอบสถานะและยื่นอุทธรณ์กรณีไม่ผ่านเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งจัดระเบียบและเพิ่มจุดบริการเพื่อรองรับความแออัด
จากการสอบถามผู้ที่มาใช้บริการ พบว่าส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลการพิจารณาที่ไม่เป็นปัจจุบัน นายบุญส่ง หมูตัน อายุ 70 ปี ชาว ต.ชัยชุมพล อ.ลับแล เปิดเผยว่า ตนถูกตัดสิทธิ์ โดยอ้างว่ามีรายได้เกิน 100,000 บาท ซึ่งคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เนื่องจากข้อมูลที่รัฐนำมาอ้างอิงเป็นข้อมูลเก่าสมัยที่ตนยังดำรงตำแหน่ง ส.อบต. ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ดำรงตำแหน่งแล้ว
“การพิจารณาของรัฐดูเหมือนมีความผิดพลาด ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้คนที่มีสิทธิ์จริงกลับถูกตัดออกอย่างไม่เป็นธรรม” นายบุญส่ง กล่าว
บรรยากาศโดยรวมมีความตึงเครียด หลายรายแสดงความไม่พอใจต่อระบบการจัดการฐานข้อมูลของภาครัฐ โดยชาวบ้านบางส่วนถึงขั้นระบุว่า หากรัฐบาลยังปล่อยให้เกิดความผิดพลาดกระทบต่อปากท้องเช่นนี้ อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาการบริหารงานของรัฐบาลใหม่ เพื่อหยุดปัญหาความล้มเหลวที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ กลุ่มผู้สูงอายุยังสะท้อนความเดือดร้อนจากการต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางเพื่อมาดำเนินการทบทวนสิทธิ์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ได้เตรียมทีมงานคอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกในการยื่นเอกสาร โดยกำชับให้ประชาชนเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อความรวดเร็ว แม้จะมีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก แต่ในเบื้องต้นสถานการณ์ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาอำเภอเมือง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี บรรยากาศตั้งแต่เช้ามามีประชาชนมารอตั้งแต่ธนาคารนั้นยังไม่เปิด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงวัยและผู้พิการ
นายสมควร บุญช่วย อายุ 71 ปี เปิดเผยว่า มายืนยันตัวตนที่ธนาคารอีกครั้ง ซึ่งยอมรับว่าลำบากทั้งที่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในสมัย นายประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว และก็ใช้บัตรมาตลอด พอมาในรัฐบาลนายอนุทิน เป็นนายก กลับต้องมายืนยันตัวตนใหม่ ขั้นตอนยุ่งยากมาก เสียเวลาต้องเดินทางมาจากบ้านกว่า 20 กิโลเมตร หากคิดระยะทางไปกลับประมาณ กว่า 40 กิโลเมตร โดยต้องเสียเงินเติมน้ำมัน และต้องเสียเวลามารอยืนยันตัวตน
ด้าน นางพิสมัย เหล่ามั่น อายุ 60 ปี ที่เดินทางมาจากบ้านหนองเต่า อำเภอเมือง เปิดเผยว่า ตนขี่รถพาสามีที่พิการหูตึงทั้งสองข้างมายื่นอุทธรณ์ หลังจากสำรวจแล้วระบบแจ้งมาว่ามีรถยนต์ ทั้งที่ในชีวิตนี้มีเพียงรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆเพียงคันเดียว ไม่เคยมีเงินไปออกรถยนต์เลยด้วยซ้ำไป ทำให้ต้องมาถามธนาคารว่าต้องทำอย่างไร ซึ่งไม่ใช่จะจบที่ธนาคาร แต่ต้องไปที่สำนักงานขนส่ง เพื่อสำรวจว่ามีรถยนต์จริงหรือไม่อีกด้วย