เชียงใหม่ยังคงเจอวิกฤติหมอกควันและฝุ่นพิษ PM2.5 ต่อเนื่อง เข้าสู่วันที่ 9 ขณะที่ค่ามลพิษของเชียงใหม่ขึ้นสีแดงทั้งจังหวัด ส่วนไฟป่าเช้านี้ยัง 168 จุด บรรยากาศการท่องเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่เริ่มได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควัน นักท่องเที่ยวบางตาลงไปอย่างมาก ส่วนใหญ่อยู่ในอาคาร และพื้นที่ปิด ไม่ออกมาเดินเที่ยวหากไม่จำเป็น
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ จ.เชียงใหม่ เข้าสู่วันที่ 9 ของวิกฤติสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า รวมทั้งมลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยในเช้าวันนี้ รายงานจุดความร้อนจากไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ 163 จุด หนักที่สุดในพื้นที่อำเภอแม่แตง 26 จุด ดอยเต่า 24 จุด สะเมิง 22 จุด ฮอด 21 จุด และกระจายตัวไปอีก 14 อำเภอด้วยกัน ส่งผลให้ยอดสะสมจุดความร้อนจากไฟป่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 1 เมษายน มีทั้งหมด 5,274 จุด
ขณะที่สถานการณ์ไฟป่า 17 จังหวัดภาคเหนือ เช้านี้พบจุดความร้อนทั้งหมด 721 จุด ในพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ 458 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 231 จุด และนอกพื้นที่ป่าอีก 32 จุด โดยจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนยังคงวิกฤติเรื่องสถานการณ์ไฟป่าสูงสุด 163 และ 161 จุด ตามลำดับ
ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ 6 สถานี พบว่าเช้านี้ค่ามลพิษจากฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงขึ้นทุกสถานี ในเขตอำเภอเมือง ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 259 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 133.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่อำเภอแม่แจ่ม พบว่าพุ่งขึ้นจากเมื่อวาน โดยเช้านี้ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 341 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 215.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว สูงที่สุดของจังหวัด ดัชนีคุณภาพอากาศ 471 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 345.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
โดยในเช้าวันนี้ จากเว็บไซต์ IQAir.com ที่จัดลำดับหัวเมืองที่มีค่ามลพิษสูงสุดของโลก เมื่อเวลา 08.00 น. เทศบาลนครเชียงใหม่อยู่ในอันดับ 2 ของโลก อยู่ในระดับสีม่วง ดัชนีคุณภาพอากาศ 231 US AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 155.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนอันดับ 1 ของโลกอยู่ที่เมืองดาการ์ ประเทศเซเนกัล
ทำให้บรรยากาศเช้านี้ในตัวเมืองเชียงใหม่ยังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟที่หนาทึบ เป็นสีขาวโพลน ประชาชนในพื้นที่ที่ต้องออกทำกิจกรรมนอกอาคาร ต้องหาหน้ากากอนามัยมาสวมใส่เพื่อป้องกันตนเอง และพยายามหลีกเลี่ยงออกมานอกบ้านหรือนอกอาคารหากไม่จำเป็น
ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยวในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดหลักของนักท่องเที่ยว เช้านี้พบว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวดูเงียบเหงาลงอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวออกมาเดินเที่ยวชมเมืองอย่างบางตา โดยส่วนใหญ่เลือกทำกิจกรรมหรือพักผ่อนอยู่ในโรงแรมที่พัก หรือเดินทางออกไปท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติในอำเภอรอบนอก
อย่างไรก็ตาม ยังพบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ออกมาใช้ชีวิตและเดินเที่ยว ไม่ค่อยสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตนเองเท่าที่ควร ซึ่งส่วนหนึ่งอาจมองว่าอยู่ในพื้นที่ไม่นาน จึงอาจไม่กระทบต่อสุขภาพมากนัก
...