ชาวบ้านที่เชียงใหม่ผวา เจอรอยคล้ายเท้า “เสือ” ในป่ารอยต่อ อ.จอมทอง-แม่วาง ขณะที่ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เผยกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า เจอแต่ภาพ “หมาใน” สัตว์นักล่า ยันไม่ประมาท จัดสายตรวจเฝ้าระวังเขตชุมชน 24 ชม.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ นายชาญชัย เปอะปันสุข เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อช.ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ออกลาดตระเวน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านเลี้ยงวัว บ้านห้วยแม่หอยใน ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง เชียงใหม่ เขตติดต่อ อ.แม่วาง พบรอยเท้าเสือขนาดใหญ่ในป่าห้วยแม่หอยใน จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับชุด อช.ดอยอินทนนท์
เมื่อไปถึง พบว่ามีรอยเท้าเสือขนาดใหญ่ที่เหยียบย่ำบนพื้นดินหลายรอยด้วยกัน กว้างประมาณ 7 ซม. ซึ่งหลังจากข่าวการพบรอยเท้าเสือแพร่กระจายไป ทำให้ชาวบ้านเกิดความกลัว หวาดผวาไม่กล้านำวัวไปเลี้ยงในป่า และออกหาของป่าอีก
ขณะที่ นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุปศุสัตว์ของราษฎรถูกทำร้ายในพื้นที่บ้านเมืองอาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์นั้น ล่าสุด ได้มอบหมายให้ นายวรรณชัย รักมิตร ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเข้าบัญชาการเหตุการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อเร่งพิสูจน์ทราบชนิดพันธุ์ของสัตว์นักล่าและวางมาตรการรักษาความปลอดภัย ณ กองอำนวยการร่วมบริเวณศูนย์บริการการท่องเที่ยววังม่วง-วังควาย และบ้านเมืองอาง ซึ่งเป็นการทำงานบูรณาการร่วมกันระหว่าง สถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สบอ.16, สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.16, หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์, ทีมอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และฝ่ายปกครองอำเภอจอมทอง เพื่อเข้าพิสูจน์ทราบร่องรอยและชนิดพันธุ์ของสัตว์นักล่าผ่านการสังเกตรอยเท้าและการตรวจสอบกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap)
ทั้งนี้ ได้รับรายงานเพิ่มเติมจากการปฏิบัติงานของชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพของ อุทยานแห่งชาติแม่วาง ได้แจ้งพบรอยเท้าของสัตว์ผู้ล่าในบริเวณลำห้วยบ้านแม่แตงซึ่งเป็นพื้นที่ป่าติดกันกับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ทั้งนี้ทีมอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ได้ตรวจหาพิกัดและร่องรอยในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด แม้ผลการตรวจสอบจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) ในเบื้องต้นจะปรากฏเพียงภาพของ “หมาใน” ซึ่งเป็นสัตว์นักล่าตามธรรมชาติ แต่ทางอุทยานฯ ยังคงให้ความสำคัญกับคำบอกเล่าของผู้ใหญ่บ้านและราษฎรในพื้นที่ที่ยืนยันว่าได้เผชิญหน้ากับเสือโคร่งลายพาดกลอนขนาดใหญ่ความยาวกว่าสามเมตรในระยะใกล้
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายพื้นที่ตรวจหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนในด้านมาตรการป้องกันและดูแลความปลอดภัย อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรในหมู่บ้านและชุมชนที่มีการพบซากสัตว์ถูกทำร้าย ให้นำปศุสัตว์กลับเข้ามาขังในคอกที่แข็งแรงมิดชิดเพื่อป้องกันการถูกโจมตีซ้ำ
พร้อมกันนี้ได้จัดตั้งชุดสายตรวจอุทยานแห่งชาติเข้าเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกและลดโอกาสการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างคนกับสัตว์ป่า เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ พร้อมกันนี้จะมีการใช้ อากาศยานไร้คนขับชนิดตรวจจับความร้อน (Thermal Drone) บินตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตามตำแหน่งของสัตว์นักล่าอย่างต่อเนื่อง