"รมว.กห." ขึ้นดอยช้างมูบ ตรวจเยี่ยมสถานีควบคุมไฟป่าดอยตุง พร้อมมอบสิ่งบำรุงขวัญ ฉก.ทัพเจ้าตาก จ.เชียงราย และไปค่ายขุนเจืองธรรมิกราช จ.พะเยา เพื่อดูศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด มทบ.34 ก่อนการประชุม ครม.สัญจรนอกสถานที่ 


เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 67 นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปราชการเพื่อตรวจเยี่ยมการบูรณาการทำงานร่วมกับสถานีควบคุมไฟป่าดอยตุง ซึ่งมีภารกิจหน้าที่หลักเกี่ยวกับการควบคุม ป้องกัน และบริหารจัดการเรื่องไฟป่าบนพื้นที่ทรงงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยได้ชมการแสดงเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการดับเพลิง หรือทุเลาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ รวมถึงการใช้งานโดรนเพื่อเข้าตรวจบนพื้นที่ที่เข้าไปได้ยาก ซึ่งสถานีนี้ยังเปิดให้บริการลานกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสธรรมชาติด้วย 

   

จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมการปฏิบัติงาน ตลอดจนมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพลของหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ณ ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ ที่ตั้งบ้านอีกอผาฮี้ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเมื่อปี พ.ศ. 2544 เคยเกิดเหตุการณ์พิพาท "ปัญหากู่เต็งนาโย่ง" ตามแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 


โดย รมว.กห. กล่าวชื่นชมว่า "เป็นด่านหน้าที่มีภารกิจสำคัญในการปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตย การจัดระเบียบและการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน การประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งสามารถควบคุมและเฝ้าระวังการลักลอบลำเลียงยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนในภาวะปกติ ได้เปิดพื้นที่บางส่วนให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นมาชมวิวและมีจุดกางเต็นท์ให้พักค้างแรมได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย อันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ทั้งนี้ ในพื้นที่ใกล้เคียงมีวัดพระธาตุดอยเวา และวัดพระธาตุดอยตุง ที่สามารถไปกราบไหว้สักการะอีกด้วย จึงขอขอบคุณกำลังพลทุกระดับที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและด้วยความเสียสละ จนทำให้ภารกิจทั้งหลายบรรลุผลสำเร็จเป็นอย่างดี"

   

หลังจากนั้นยังได้เดินทางต่อไปที่ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช อ.เมือง จ.พะเยา เพื่อตรวจศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด มณฑลทหารบกที่ 34 (มทบ.34) ซึ่งกระทรวงกลาโหมดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโนบายเร่งด่วนของรัฐบาล และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยให้การสนับสนุนบุคลากรทหาร วิทยากร อาคารสถานที่ ร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขในการฟื้นฟูบุคคลเหล่านี้ให้มีความรู้ มีทักษะในการประกอบสัมมาอาชีพ อีกทั้งได้กล่าวให้ผู้เข้ารับการบำบัดตั้งใจบำบัดพื้นฟูทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อพร้อมกลับไปเป็นคนดีของสังคม ต่อด้วยไปตรวจโรงพยาบาลค่ายขุนเจืองธรรมิกราช และเยี่ยมการดูแลสวัสดิการกำลังพลชั้นผู้น้อยที่บ้านพักกำลังพล มทบ.34

   

ต่อมา นายสุทิน กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยมีแผนปฏิบัติการลดความรุนแรงยาเสพติดในระยะเวลา 1 ปี และกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงกลาโหมได้เข้ามาดูแล และดำเนินการเรื่องของการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โดยได้จัดตั้งสถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง 33 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้การสนับสนุนด้านบุคลากรทหาร อาคารสถานที่ และร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุข ในการฟื้นฟูบุคคลเหล่านี้ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ของชาติเป็นสิ่งสำคัญ ฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้มีความรู้ มีทักษะในการประกอบอาชีพ และเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกต่อไป