เสธ.ช้าง หน.ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. ลุยจับนายทุนบุกรุกที่ป่าสร้างรีสอร์ตใน ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ 5 ราย พบมีการซื้อขายเปลี่ยนมือจากผู้ครอบครองรายเดิม ไม่มีการสำรวจการถือครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 ถือเป็นผู้บุกรุกรายใหม่ จึงดำเนินการยึดและแจ้งความดำเนินคดี


วันที่ 25 ม.ค. 67 พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีนายทุนปรับพื้นที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น ทำถนนคอนกรีตขึ้นไปบนภูเขา สร้างที่พักรีสอร์ต โดยได้รับเรื่องเมื่อบ่ายวานนี้ จึงประสานการปฏิบัติกับ ผอ.สจป.4 สาขาพิษณุโลก นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.2 (เขาค้อ) หน่วยป้องกันและพัฒนาเขาค้อ และชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้เพชรบูรณ์ รวม 30 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเข

าโปลกหล่น พื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 2 (พื้นที่ต้นน้ำลำธาร) ท้องที่ หมู่ 6 บ้านดงหลง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 


เมื่อคณะเจ้าหน้าที่เดินทางตามเส้นทางแคมป์สน-บ.ดงหลง หมู่ 6 ก่อนถึงหมู่บ้านพบพบรีสอร์ตสร้างใหม่ติดถนนลึกลงไปในหุบเขา 1 แห่ง และเมื่อเดินทางต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร พบมีการสร้างถนนคอนกรีตแยกขึ้นไปบนภูเขา จึงขึ้นไปตรวจสอบพบมีการจัดแปลงที่ดินบนภูเขาแบ่งเป็นล็อกขายจำนวน 6 แปลง มีรีสอร์ตสร้างเสร็จแล้วจำนวน 4 แห่ง จึงตรวจยึดดำเนินคดี 5 ราย ดังนี้

รายแรก “ล้านวิวเขาค้อ รีสอร์ท” มีการปรับพื้นที่เป็นขั้นบันได และสร้างบ้านพักเป็นโดมทรงกลมขนาดใหญ่ จำนวน 4 หลัง (1,500 บาท/คืน) และโดมทรง A จำนวน 5 หลัง (800 บาท/คืน) มีนายสุรศักดิ์ พัฒนไพจิตต์กุล หรือนายเอ จาก จ.ขอนแก่น แสดงตัวเป็นเจ้าของให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ซื้อที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินราคาไร่ละ 3 แสนบาท และแจ้งชื่อเข้าโครงการ คทช.พร้อมทั้งจดแจ้งเป็นที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการสำรวจการถือครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 เป็นชื่อของนายบัวไขย แต่ได้ขายเปลี่ยนมือให้กับนายเอ ซึ่งถือว่าเป็นผู้บุกรุกรายใหม่ เจ้าหน้าที่จึงให้นายเอ นำชี้ขอบเขตที่ดินจับค่าพิกัดตรวจวัดพื้นที่ด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม (จีพีเอส) คำนวณพื้นที่ถูกบุกรุก เนื้อที่ 3 - 1 - 52 ไร่ 

รายที่ 2 “ล้านวิวเขาค้อ รีสอร์ท” เป็นของนายเอ รายเดียวกันกับรายแรกให้การว่ามาซื้อที่ดินตรงนี้เพิ่มอีก 1 ไร่ จากครูชื่อเร ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ในราคาไร่ละ 250,000 บาท สร้างอาคารที่พัก และลานกางเต็นท์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วบริเวณนี้ไม่มีการสำรวจการถือครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 จึงให้นายเอ นำชี้ขอบเขตที่ดิน จับค่าพิกัดตรวจวัดพื้นที่ด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม(จีพีเอส) คำนวณพื้นที่ถูกบุกรุกได้ 1 - 2 - 00 ไร่ 

รายที่ 3 อาคารไม่มีชื่อเป็นของ นายโบ้ท มาจาก จ.ขอนแก่น สร้างอาคารหรู 1 หลัง ทำเป็นร้านกาแฟเสร็จแล้ว และกำลังก่อสร้างทางขึ้น แต่ไม่พบบุคคลใดในพื้นที่ ตรวจสอบแล้วบริเวณนี้ไม่มีการสำรวจการถือครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 จึงจับค่าพิกัดตรวจวัดพื้นที่บุกรุกได้ประมาณ 0 - 2 - 87 ไร่ 

รายที่ 4 เจ้าของคือ คุณโรท จากกรุงเทพฯ สร้างบ้านพักตากอากาศขนาดใหญ่ 3 หลัง เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่พบบุคคลใดในพื้นที่ ตรวจสอบแล้วบริเวณนี้ไม่มีการสำรวจการถือครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 เจ้าหน้าที่จับค่าพิกัดตรวจวัดพื้นที่บุกรุกได้ประมาณ 1 - 2 - 00 ไร่ 

รายที่ 5 “แคสแซนดร้าเขาค้อ รีสอร์ท” เจ้าหน้าที่พบนายสมควร ผู้ดูแลให้การว่ารีสอร์ต เป็นของนายทัสมะ ภู่ด้วง มาจาก จ.ขอนแก่น ซื้อที่ดินจากครูเร (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ในราคาไร่ละ 250,000 บาท สร้างอาคารที่พัก 3 หลังเสร็จเรียบร้อย และเปิดให้บริการแล้ว โดยนายทัสมะ จ้างให้ตนเป็นผู้ดูแล เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วบริเวณนี้ไม่มีการสำรวจการถือครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 จึงให้นายสมควร นำชี้ขอบเขตที่ดิน เจ้าหน้าที่จับค่าพิกัดตรวจวัดพื้นที่บุกรุกได้ 0 - 3 - 00 ไร่

โดยคณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วการกระทำทั้ง 5 รายดังกล่าวเป็นความผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507 จึงร่วมกันทำบันทึก ตรวจยึดพื้นที่ทั้ง 5 แปลง นำส่ง พงส.สภ.เขาค้อ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่ากระทำผิด ดังนี้     

...

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ฐาน “ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ”

มาตรา 55 ฐาน “ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น”

3.2 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 “ในเขตป่าสงวนแห่งชาติห้ามมิให้บุคคลใด ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้างแผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ”

มาตรา 26/4 “ผู้ใดกระทําหรือละเว้นการกระทําด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทําลายหรือเป็นเหตุให้เกิดการทําลายหรือทําให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผู้น้ันมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถูกทําลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น”

นอกจากนี้จากการตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงกับทั้ง 5 ราย ดังกล่าว พบว่ามีพื้นที่ถูกบุกรุกใหม่จำนวนมาก อีกหลายรายที่มาซื้อสร้างร้านกาแฟ, รีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศ ซึ่งเกือบทุกรายเป็นนายทุนนอกพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติที่จะอยู่ในเขตป่าสงวนฯ ได้ตามมติ ครม. 26 พ.ย. 61 ถึงแม้จะแจ้งชื่อในการสำรวจ คทช. เมื่อปี 2565 แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถอนุญาตให้สร้างได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 2 (พื้นที่ต้นน้ำลำธาร) ไม่เข้าหลักเกณฑ์ คทช. และไม่ใช่ผู้ครอบครองรายเดิม ถือว่าเป็นผู้บุกรุกรายใหม่ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ จะดำเนินการตรวจสอบ จับกุมผู้บุกรุก และตรวจยึดพื้นที่ถูกบุกรุกทุกราย อย่างต่อเนื่อง

...