ภรรยาหนุ่มชาวม้ง ซื้อของขวัญให้ลูกชายวัย 2 ขวบบอกลูกว่าเป็นของขวัญจาก “พ่อ” ที่สัญญาว่าใจะให้ของขวัญวันเกิด ไม่อยากให้ลูกมีภาพจำว่าพ่อโกหก ทั้งที่สามีถูกฮามาสยิงตายไปแล้ว 

วันที่ 18 ตุลาคม 2566 ที่จ.น่าน ที่บ้านของนายธวัชชัย หรือเช้ง แซ่ว้าง แรงงานไทย ที่ถูกยิงเสียชีวิตในอิสราเอลในวันเกิดลูกและก่อนตายได้วิดีโอคอลพูดคุยกับลูก สัญญาว่าจะซื้อของขวัญให้ในวันเกิดครบรอบ 2 ขวบ ก่อนที่จะไปนั่งกินข้าวกับเพื่อนคนงาน แล้วถูกกองกำลังติดอาวุธกลุ่มฮามาสบุกโจมตีที่พักแรงงานไทย ในนิคมเกษตรกรรม ประเทศอิสราเอล โดยบุกเข้ามาปาระเบิดและยิง นายธวัชชัย ถูกที่ขา และสะโพกยังไม่เสียชีวิต แต่ถูกลากไปจ่อยิงหัวจนเสียชีวิต


นางสาวสุนิตา คงพิรินันท์ ภรรยา นายธวัชชัย เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวานนี้เงินสงเคราะห์บุตรออก จึงพาลูกชายวัย 2 ขวบไปซื้อของเล่นเนื่องในวันเกิด ตามคำสัญญาของพ่อเด็กที่ถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรง ซึ่งทางครอบครัวเพิ่งจะหมดหนี้ ทุกเดือนสามีจะส่งเงินกลับบ้านทุกวันที่ 9 แต่เดือนนี้เกิดเหตุการณ์ในวันที่ 7 จึงไม่ได้ส่งมา และทางบ้านไม่มีเงินเหลือ เงินสงเคราะห์ตามสิทธิต่างๆก็ยังไม่ได้รับ ได้รับเพียงเงินบริจาคเพียงเล็กน้อย พอดีเงินสงเคราะห์บุตรออกเลยพาลูกชายไปซื้อของเล่น เพื่อไม่อยากให้ลูกมีภาพจำที่ไม่ดีกับพ่อ ว่าพ่อโกหก (พ่อบอกจะซื้อของขวัญวันเกิดให้)  โดยลูกชายวัย 2 ขวบเลือกของเล่นเป็นเครื่องบินเด็กเล่น บอกกับแม่ว่า “ให้พ่อขี่กลับ” และเลือกเอารถของเล่น บอกว่า “ไปรับพ่อ” ซึ่งเด็กไร้เดียงสาวัย 2 ขวบสื่อสารเป็นคำพูดที่เป็นประโยคทยาว ๆ ไม่ได้ แต่ก็เข้าใจว่าลูกหมายถึงอะไร

...

“ไปซื้อที่ปัวมาค่ะ ก็เอาเงินสงเคราะห์บุตรไปซื้อ บอกลูกว่าเป็นของพ่อนะ เขาชอบมาก เอาไปกอดนอนเลย บางครั้งก็เอาของเล่นไปเล่นที่ห้องนอน เล่นจนเหนื่อยก็หลับไป ตื่นมาก็ร้องหาของเล่นของพ่อ จริงๆ คือแม่ซื้อเอง”นางสาวสุนิตา กล่าว


ด้าน นางพา มารดาของนายธวัชชัย กล่าวว่า อยากฝากวิงวอนถึงภาครัฐ อยากให้รีบดำเนินการส่งศพผู้เสียชีวิตมาโดยเร็ว อย่างน้อยก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่ทางญาติจะทำเพื่อผู้ตายได้ ตอนนี้สอบถามไปหน่วยงานไหนก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน สอบถามไปที่กรมแรงงานก็ได้คำตอบว่าต้องรอส่งคนรอดชีวิต 7,000 กว่าคนกลับมาก่อนถึงค่อยส่งศพกลับมา แม่ก็ไม่เข้าใจ ส่งเครื่องบินไปรับคนไทยตั้งหลายเที่ยว ไม่มีที่ว่างใต้เครื่องให้ร่างไร้วิญญาณกลับมาบ้างหรือ ทุกวันดูข่าวทางทีวีเห็นภาพเขากอดเขาดีใจกันที่ญาติเจอหน้ากัน ก็ร้องไห้และน้อยใจที่ลูกเราตายแล้วยังไม่รู้ว่าศพอยู่ไหนเป็นยังไง คนที่รอดกลับมารัฐก็ประกาศว่าช่วยเหลืออย่างนั้นอย่างนี้ ชดเชยและสิทธิต่างๆ แต่ลูกเราตายแล้วมาให้กำลังใจแค่ 2-3 วัน แล้วหายไปติดตามติดต่อก็ไม่ได้ การชดเชยก็แจ้งว่ารอศพกลับมา โยนคำตอบกันวนไปวนมา คิดถึงหัวอกคนเป็นญาติบ้างที่ต้องมานั่งดูข่าวหน่วยงานต่างๆ ให้การช่วยเหลือผู้รอดชีวิตกลับมา แต่ลูกเราตาย ไคำตอบแค่เรื่องศพจะได้มาเมื่อไหร่ ก็ไม่มีความชัดเจนอะไรเลย