แม่ร่ำไห้วอนรัฐบาลช่วยลูกชาย หนุ่มชาวม้ง ที่ไปเป็นแรงงานในฉนวนกาซา อิสราเอล ถูกฝ่ายฮามาสจับตัวไป ยังไม่ทราบชะตากรรม ขณะที่เพื่อนหนีรอดมาได้ แต่ถูกมีดฟันหลังโดนซ้อมบาดเจ็บ บอกคนไทยถูกจับ 3 คน ไม่รู้ชะตากรรม
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวไปที่หมู่บ้านศิลาแดง บ้านเลขที่ 80 ม.16 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว พบนายเจอ แซ่ลี อายุ 51 ปี พ่อของนายนิติกร นางนัยนา แซ่ว่าง อายุ 51 ปี ผู้เป็นแม่ และ น.ส.วีริยา ทรงพิศิษฐโถคิน อายุ 23 ปี อุ้ม ด.ช.สิทธิ์ชัย แซ่ว่าง อายุ 2 ปี ลูกชายนายนิติกร อยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ นั่งปรับทุกข์จากความเป็นห่วงชะตากรรมความเป็นอยู่อย่างไรของนายนิติกร โดยเฉพาะนางนัยนา ผู้เป็นแม่ จะร้องไห้น้ำตานองหน้าตลอดเวลา และคอยจุดธูปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ฟ้าดิน ช่วยคุ้มครองลูกชายให้ปลอดภัย ขอให้ลูกชายได้กลับบ้านตั้งแต่เช้าถึงเย็น เมื่อคิดถึงลูกชายที่ใดจะจุดธูป ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้ลูกชายมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย
น.ส.วีริยา (ภรรยา) เล่าว่า ได้กู้เงินจำนวน 110,000 บาท ให้นายนิติกรเดินทางไปทำงานที่อิสราเอล หวังที่จะได้เงินมาสร้างครอบครัว สร้างบ้าน ซื้อรถไว้ประกอบอาชีพที่ไทย ซึ่งขณะนั้นตนเองท้องได้ 4 เดือน นายนิติกร ก็ได้เดินทางไปทำงานที่อิสราเอล ยังไม่ได้เห็นหน้าลูกตอนเกิด ตอนนี้ลูกชายได้อายุ 1 ปี 11 เดือนยังไม่ได้เห็นหน้าพ่อ ได้มีการโทร. ติดต่อกับสามีครั้งสุดท้ายเมื่อวันเกิดเหตุ 7 ต.ค. เวลา 14.42 น. นายนิติกรได้บอกภรรยาว่าเกิดเหตุการณ์สู้รบ และหลบภัยอยู่ในหลุมเพียงคนเดียว จากนั้นขาดการติดต่อไป
...
ต่อมา นายวาโย ยะมา ชาวอุตรดิตถ์ เป็นแรงงานที่ไปทำงานร่วมกับสามี โทร. แจ้งมาว่าวันเกิดเหตุปะทะกันวันแรก ได้มีทหารฮามาสเข้ามาควบคุมตัวคนไทยและชาวบ้าน 11 คน มีคนไทย 5 คน ระหว่างถูกควบคุมตัวมีคนไทยหนีตายไปได้ 2 คน เหลือคนไทยถูกจับอยู่ 3 คน ซึ่งเวลานั้นต่างพยายามหนีเอาตัวรอดกัน และนายวาโยเป็น 1 ใน 2 คนที่หนีรอดมาได้ แต่ถูกมีดฟันที่หลังและโดนซ้อม หลังพ้นจากที่เกิดเหตุจึงโทร. หา น.ส.วีริยา แจ้งข่าวว่า นายนิติกร สามีถูกจับไปพร้อมกับคนไทยรวม 3 คน ตอนนี้ก็ไม่รู้ชะตากรรมเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อ นายวาโย ได้เล่าถึงเหตุการณ์ระทึกขณะถูกจับมัดมือไขว้หลังพร้อมกับนายนิติกร ใช้ผ้าคุมหัว เตะซ้อมใช้มีดฟันหลังแบบป่าเถื่อน ตนเองใช้จังหวะที่เขากำลังชุลมุนไล่จับชาวบ้านอีก 2-3 คน แก้เชือกหลุดวิ่งหลบหนีออกมาเจอรถยนต์ที่จอดไว้ข้างทาง มีกุญแจเสียบอยู่ในรถ ไม่รู้เป็นรถใคร จึงรีบขับหนีเอาตัวรอด ระหว่างทางเจอแต่ศพคนตายเกลื่อน กระทั่งมาพบทหารอิสราเอล จึงได้ถูกนำตัวมาพักอยู่ที่คิวบูธรวมกับคนไทยอีก 6-7 คน ต่อมาทราบข่าวว่าหมู่บ้านที่ตนเองทำงานอยู่ทางทหารอิสราเอลควบคุมพื้นที่ได้แล้ว หลังจากหนีออกมาได้มีการติดต่อกับนายจ้างตลอดเวลา ซึ่งนายจ้างก็บอกว่าไม่ทิ้งกัน ก็ต้องรอดูสถานกาณ์ไปก่อน
ด้าน น.ส.วีรียา พร้อมด้วยพ่อ-แม่-พี่น้อง อยากจะขอให้ทางรัฐบาลช่วยติดตาม หาสามีที่หายตัวไปจนถึงทุกวันนี้ ผ่านมาเป็นเวลา 5 วันแล้ว ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าสามียังมีชีวิตอยู่หรือไม่.