"สมศักดิ์" บินด่วนไปสุโขทัย มอบถุงยังชีพ 2,000 ชุด พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิต 5 ราย คนละ 8 หมื่นบาท ย้ำนายกฯ ให้ความสำคัญ กำชับเร่งเยียวยา พร้อมประสานด่วนกรมทางหลวงซ่อมสะพานสิริปัญญารัตน์ ชูโครงการระบายน้ำฝั่งขวาแม่น้ำยม ยาว 51 กิโลเมตร ช่วยแก้น้ำแบบยั่งยืนได้

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 66 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน บุตรสาว นายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สส.สุโขทัย น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ รองนายก อบจ.สุโขทัย ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย โดยมี นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เข้าร่วมเพื่อมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 2,000 ชุด ใน 2 พื้นที่ คือ วัดบ้านไร่ อ.ศรีสำโรง และวัดปากคลอง อ.เมือง นอกจากนี้ ยังได้มอบเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยใน จ.สุโขทัย จำนวน 5 ราย โดยมอบเป็นค่าจัดการศพ รายละ 50,000 บาท และเงินทุนเลี้ยงชีพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 30,000 บาท

...

โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยใน จ.สุโขทัย ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว 9 อำเภอ 16,168 ครัวเรือน และส่งผลให้พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย 143,295 ไร่ ทำให้รัฐบาล โดยเฉพาะ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใย จึงกำชับให้ตนเร่งช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งเมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) ตนได้ประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการด่วน เพื่อเห็นชอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม อย่างในพื้นที่ จ.สุโขทัย ก็ได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นถุงยังชีพ จำนวน 2,000 ชุด มูลค่ากว่า 1.4 ล้านบาท และช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตใน จ.สุโขทัย จำนวน 5 ราย เป็นค่าจัดการศพ รายละ 5 หมื่นบาท และค่าดำรงชีพอีกรายละ 3 หมื่นบาท

"ถึงแม้ผมจะมีอาการไม่ค่อยสบายมาหลายวันแล้ว เนื่องจากพักผ่อนน้อย จึงเกิดอาการบ้านหมุนเดินไม่ค่อยสะดวก แต่เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือฯ มีมติเยียวยา ผมก็รีบบินด่วนกลับ จ.สุโขทัย ทันที เพราะต้องการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้ได้เร็วที่สุด ดังนั้นขอให้เชื่อมั่นว่า เมื่อเกิดปัญหาเราจะไม่ทอดทิ้งกัน ผมในฐานะนักการเมืองก็จะทำหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด" นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำในระยะยาวนั้น ตนได้ผลักดันโครงการระบบระบายน้ำฝั่งขวาแม่น้ำยม ระยะทางกว่า 51 กิโลเมตร โดยจะเชื่อมโยงทั้งหมด 3 อำเภอ 11 ตำบล จะทำให้สามารถช่วยระบายน้ำให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยลง รวมถึงสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้งได้ด้วย โดยโครงการนี้จะเชื่อมโยงตั้งแต่คลองทางไม้ ต.ปากแคว คลองชัด ต.วังใหญ่ คลองระกำ ต.บ้านไร่ หนองซิง ต.หนองกลับ คลองพระองค์ ต.วังไม้ขอน และคลองน้ำโจน ต.ป่ากุมเกาะ ขณะเดียวกัน ตนก็กำลังผลักดันการสร้างคลองอ้อม อ.ศรีสำโรง โดยขณะนี้กำลังออกแบบและทำประชาพิจารณ์ แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้ในงบประมาณของปีนี้ ซึ่งน่าจะได้เริ่มดำเนินการในปี 2568

"ผมจึงอยากให้พี่น้องประชาชนรับฟังว่า สิ่งเหล่านี้ต้องดำเนินการและการทำโครงการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ไม่ใช่นึกอยากทำก็สามารถทำได้ เพราะต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่ 1. ผู้นำท้องถิ่นเสนอโครงการ 2. ผู้ว่าราชการประชุมเห็นชอบ 3. หัวหน้าลุ่มน้ำเห็นชอบ 4. คณะกรรมการน้ำแห่งชาติ ซึ่งมีผมเป็นประธานให้ความเห็นชอบ และ 5. เข้าสู่ขั้นตอนงบประมาณ ดังนั้นจะเห็นว่าในการทำโครงการ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านการเห็นชอบหลายขั้นตอน จึงเชื่อมั่นได้ว่าแต่ละโครงการที่ขับเคลื่อนจะสามารถช่วยพี่น้องประชาชน ให้ได้รับผลกระทบน้อยลงได้อย่างแน่นอน" รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

...

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากความเสียหายบริเวณทับผึ้ง ขณะนี้เราได้รับงบประมาณมาซ่อมแซมแล้ว ซึ่งจากนี้เราจะผันน้ำจาก จ.กำแพงเพชร ผ่านคลองตาทรัพย์ มาลงหน้า อบต.ยางซ้าย เพื่อนำน้ำมาใช้ในหน้าแล้ง แต่การกั้นไม่ให้น้ำท่วมนั้น เราต้องอดทนไปอีกระยะ รอให้ได้งบประมาณมาขับเคลื่อนโครงการ ก็จะมีโอกาสแก้ไขปัญญาในระยะยาวได้ ซึ่งวันนี้เป็นโอกาสดีที่ตนเป็นรองนายกฯ กำกับดูแลทั้งถนนและน้ำ ก็จะสามารถเข้ามาช่วยเหลือประชาชนได้ เพราะตนให้ความสำคัญในทุกมิติแม้กระทั่งบ่อบาดาล

นอกจากนี้ ภายหลังมอบถุงยังชีพ นายสมศักดิ์ ยังได้ลงพื้นที่บริเวณสะพานสิริปัญญารัตน์ อ.ศรีสำโรง ซึ่งเป็นจุดที่เกิดสะพานขาด โดยนายสมศักดิ์ ได้ประสานไปยังกรมทางหลวงเพื่อให้รีบเข้ามาดำเนินการแก้ไข เพราะมีความกังวลว่า อาจจะมีมวลน้ำขนาดใหญ่ไหลมาเพิ่มอีก จะส่งผลให้บริเวณจุดนี้ ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง และกระทบกับประชาชน ที่ต้องสัญจรผ่านไปมา