ครูบาอริยชาติ ยินดี "บิ๊กต่อ" เป็นผบ.ตร.คนใหม่ โดยเรียกว่า "โยมพ่อ" เนื่องจากเดินทางมาทำบุญบ่อยครั้ง หวังให้นำหลักธรรมคำสอนไปใช้พัฒนาองค์กร พร้อมฝากหลักในการปกครองคน "อดทน ซื่อสัตย์ เสียสละ เมตตา"
วันที่ 28 ก.ย. 66 ผู้สื่อข่าวติดตามกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีมติแต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็น ผบ.ตร. คนที่ 14 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ผบ.ตร.คนใหม่ เป็นผู้ที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาคนหนึ่ง เคยเดินทางมาทำบุญในหลายวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่ จ.เชียงราย เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ ผบ.ตร.คนที่ 14 แวะเวียนไปทำบุญบ่อยๆ
ที่วัดแสงแก้วโพธิญาณ บ้านใหม่แสงแก้ว ม.11 ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เพราะครูบาอริยชาติ อริยจิตโต เจ้าอาวาสวัด กล่าวถึง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ว่า "โยมพ่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้มีโอกาสมาทำบุญ และสนทนาธรรมกับครูบาบ่อยๆ ล่าสุดก็เดินทางมาร่วมพิธีประมาณช่วงก่อนเข้าพรรษา ก็รู้สึกยินดีที่โยมพ่อได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. คนที่ 14 โยมพ่อต่อศักดิ์เป็นคนชอบทำบุญ ก็หวังว่าจะนำเอาหลักธรรมที่ได้สอน ไปใช้ในการปกครองคน และนำหลักธรรมไปใช้พัฒนาองค์กรให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป
ครูบาอริยชาติ เผยอีกว่า หลังจากที่ได้ทราบข่าวว่ามีการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ ก็ได้กล่าวแสดงความยินดีเป็นการส่วนตัวทั้งทางโทรศัพท์และในสื่อออนไลน์ไปแล้ว ก็อยากให้โยมพ่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้นำเอาหลักในการปกครอง 4 ข้อไปใช้ในการปกครองคน ได้แก่ อดทน ซื่อสัตย์ เสียสละ และเมตตา
สำหรับประวัติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ชื่อเล่นว่า “ต่อ” หรือ “บิ๊กต่อ” เกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2507 เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรี เป็นน้องคนเล็กในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 5 คน และเป็นน้องชายของพลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์และเลขาธิการพระราชวัง
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ จบการศึกษา ระดับมัธยมจากโรงเรียนโยธินบูรณะ ระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นสิงห์แดง รุ่นที่ 38 และปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม เกษียณปี 2567
ก่อนเข้ารับราชการตำรวจเมื่อปี 2540 เคยเป็นพนักงานบริษัท น้ำมันคาลเท็กซ์มาก่อน ทำอยู่ได้ 7 ปี จึงตัดสินใจลาออก เพราะความฝันตั้งแต่วัยเด็กคือ การรับราชการตำรวจต่อมา ได้เข้าอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้มีคุณวุฒิทางด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (กอต.) รุ่นที่ 4
รับราชการครั้งแรกเมื่อปี 2540 เป็นรองสารวัตร กองกำกับสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ถัดมาอีก 2 ปี ติดยศ “ร้อยตำรวจโท” เข้าเรียนที่โรงเรียนสืบสวนที่วิทยาลัยการตำรวจ และได้ดำรงตำแหน่งรองสารวัตร สังกัดกองปราบปราม เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน อยู่งานแผนก 3 กอง 2 รถวิทยุ และรับราชการสังกัดกองปราบปรามเป็นเวลานานถึง 17 ปี ก่อนขยับขึ้นเป็นสารวัตร ครั้งแรกที่ตำรวจท่องเที่ยว สังกัดกองกำกับการ 1 ดูแลรถวิทยุฝั่งธน
ต่อมาได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งในกองกำกับการ 3 คุมเรื่องการปราบจลาจล ก่อนจะย้ายไปคุมรถสายตรวจ กองกำกับการ 5 จนกระทั่งได้ขึ้นเป็น รองผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ(คอมมานโด) จากนั้นได้เข้าเรียน โรงเรียนผู้กำกับและได้เป็นผู้กำกับการกองปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม ติดยศ พ.ต.อ. จนครบวาระของการเป็น ผู้กำกับคุมถวายความปลอดภัย
ก่อนขึ้นรองผู้บังคับการปราบปราม และได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 วางฐานรากหน่วยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษในเวลาต่อมา กระทั่งได้เลื่อนเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ในระหว่างการรับราชการ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้รับฉายา “มือปราบสายธรรมะ” และ “โรโบคอปสายบุญ” เนื่องจากเป็นนายตำรวจที่ใช้หลักธรรมในการทำงาน และเดินสายปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่างๆ จนกระทั่งล่าสุดวันที่ 27 กันยายน 2566 ได้รับการผลักดันให้ดำรงตำแหน่งสูงสุด “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ”