คณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ปลื้ม สัตว์ป่าหายากได้รับการฟื้นฟู พบเสือโคร่งเพศเมีย รหัส MKF13 ให้กำเนิดลูกเสือ 2 ตัวในพื้นที่ หากินเป็นครอบครัว
วันที่ 24 ส.ค. 66 ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร มีการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ (PAC) ครั้งที่ 3/2563 โดยมีนายเสน่ห์ ไชยมงคล นายอำเภอปางศิลาทอง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ (PAC) พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมประชุม
ในที่ประชุม นายคมสันต์ มณีกาญจน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจเรื่อง งบประมาณ สถานการณ์ช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ การฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ และการป้องกันไฟป่า การพัฒนาเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ น้ำตกแห่งใหม่ นอกจากแหล่งท่องเที่ยวที่มีคือบ้านพัก ลานกางเต็นท์ แก่งผาคอยนาง จุดชมกิ่วกระทิง ยอดเขาโมโกจู ช่องเย็น จุดชมวิวขุนน้ำเย็น และโมโกจูน้อย
...
รวมทั้งโครงการติดตามประชากรเสือโคร่งและฟื้นฟูสัตว์กีบในผืนป่าตะวันตกตอนบน ที่ได้ดำเนินงานร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF ประเทศไทย) โดยจากผลการติดตามประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่า โดยกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ มีการติดตั้งกล้องจำนวน 54 จุด พบเสือโคร่งเต็มวัยทั้งหมด 9 ตัว เป็นเพศผู้ 5 ตัว เพศเมีย 4 ตัว เป็นเสือโคร่งประจำถิ่นจำนวน 5 ตัว
นอกจากนั้นยังพบเสือโคร่งเพศเมียให้กำเนิดลูกเสือโคร่งจำนวน 2 ตัว จากการสำรวจครั้งนี้พบเสือโคร่งกระจายอยู่ร้อยละ 47 ของพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ ทั้งหมด 35 ชนิด จากจำนวนสัตว์ที่พบทั้งหมด พบสัตว์ป่าที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง จำนวน 1 ชนิด ได้แก่ ลิ่นชวา สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ เสือโคร่ง หมาใน สมเสร็จ ช้างป่า และวัวแดง โดยอ้างอิงจากสถานภาพจากการจำแนกของ IUCN Red List data ในปี 2023
ด้าน ดร.รุ้งนภา พูลจำปา ผู้จัดการโครงการศึกษาและติดตามประชากรเสือโคร่ง และฟื้นฟูสัตว์กีบ ในผืนป่าตะวันตกตอนบน องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF ประเทศไทย) กล่าวว่า โครงการติดตามประชากรเสือโคร่ง และฟื้นฟูสัตว์กีบในผืนป่าตะวันตกตอนบนเป็นโครงการที่ร่วมกับทางอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ซึ่งตอนนี้ได้จัดทำหนังสือเกี่ยวกับโครงการฯ ซึ่งได้ดำเนินงานในพื้นที่มาแล้ว 12 ปี เป็นการบอกเล่าเรื่องราว และการทำงานเกี่ยวกับอนุรักษ์เสือโคร่ง และสัตว์ป่าชนิดอื่น และคาดหวังว่าอนาคตของเสือโคร่งจะยังคงอยู่ต่อไปอีก 12 ปีข้างหน้า
"จากข้อมูลการสำรวจและติดตามเสือโคร่งในปี 2565 พบว่าเสือโคร่งเพศเมีย รหัส MKF13 ได้ให้กำเนิดลูกเสือ จำนวน 2 ตัว ในพื้นที่ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี จนถึงขณะนี้ครอบครัวเสือ 3 แม่ลูกเติบโตขึ้นยังเดินตามกัน ยังอาศัยหากินอยู่ในผืนป่าแม่วงก์ (กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ Camera Trap Survey) ที่ถ่ายภาพไว้ได้ จึงเป็นตัวชี้วัดบ่งบอกว่า ผืนป่าแห่งนี้ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และเป็นส่วนสำคัญในการอนุรักษ์เสือโคร่งในระดับประเทศ และภูมิภาคด้วยเช่นกัน โดยก่อนหน้านั้นก็ได้มีการจัดประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์เสือโคร่งในระดับโลก ณ สหพันธรัฐรัสเซีย ปัจจุบันถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ดำเนินการสำเร็จในระดับหนึ่งด้วยและเป็นประเทศที่ยังสามารถรักษาเสือโคร่งไว้ได้ ซึ่งสถานการณ์เสือโคร่งในประเทศเพื่อนบ้านยังเป็นสิ่งที่น่ากังวลเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นเรายังมีการฟื้นฟูประชากรสัตว์กีบ โดยเฉพาะกวางป่า เนื่องจากประชากรสัตว์กีบขนาดใหญ่ ได้แก่ กวางป่า และกระทิง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และอุทยานแห่งชาติคลองลาน มีการกระจายค่อนข้างต่ำ ประมาณ 20% ของพื้นที่ จึงได้มีการปรับปรุงพื้นที่ แหล่งน้ำ โป่งเทียม ให้มีความเหมาะสมต่อสัตว์กีบ และได้ร่วมมือกับสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ จ.เพชรบรูณ์ และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี ในการปล่อยกวางป่าคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่อุทยานฯ แม่วงก์ และอุทยานฯ คลองลาน เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่"
ดร.รุ้งนภา พูลจำปา กล่าวอีกว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์คือการกลับมาของวัวแดง ซึ่งก่อนการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เมื่อปี 2528 วัวแดงได้ถูกล่าอย่างหนัก และสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ในอดีต แต่ปัจจุบันได้สำรวจพบวัวแดงได้แพร่กระจายจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า “ห้วยขาแข้ง” ครอบคลุม 6 อำเภอ 3 จังหวัดคือ อำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี อำเภอสังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เดินมายังผืนป่าอุทยานฯ แม่วงก์ จ.กำแพงเพชร ซึ่งถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหวังในการอนุรักษ์เสือโคร่ง และวัวแดงในอนาคต
...
ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของสัตว์ป่าที่มีคุณค่าความสำคัญระดับโลก ซึ่งความร่วมมือในการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่มีประสิทธิผลดังกล่าว ไม่เพียงส่งผลดีต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่องานอนุรักษ์ในภาพรวมของระดับประเทศ รวมทั้งการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญ เช่น เสือโคร่ง วัวแดงในระดับโลกอีกด้วย