บิ๊กโจ๊ก พร้อม ผอ.สำนักพุทธฯ กรมบังคับคดี ลงพื้นที่พิจิตร ประชุมร่วมท้องถิ่น แก้ปัญหาวัดบางคลานที่ยืดเยื้อมาเกือบ 9 ปี นัดทุกฝ่ายตรวจทรัพย์สิน 22 ส.ค.นี้ หากอยู่ครบก็จบ ถ้าหาย ก็ดูว่าหายช่วงไหน ใครรับผิดชอบ เรียบร้อยแล้วก็พาเจ้าอาวาสเข้าวัด หลังจากนั้นให้เป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ ส่วนใครที่แสวงหาผลประโยชน์ ถ้ายังทำอยู่จะจับให้หมด

กรณีเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 66 มีกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้าไปใน วัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร และทำร้ายร่างกายไวยาวัจกร และกลุ่มคนงานได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดจากความขัดแย้งเกี่ยวกับการปลดอดีตเจ้าอาวาส จากกรณีใช้เงินวัดผิดวัตถุประสงค์ ซึ่ง สภ.โพทะเล ภ.จว.พิจิตร ได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหารวม 21 คน แต่ต่อมาเมื่อกลุ่มเจ้าอาวาสใหม่จะเข้าไปบริหารภายในเขตวัด กลับเกิดความวุ่นวายระหว่างกลุ่มชาวบ้านฝั่งของอดีตเจ้าวาสเข้ายึดพื้นที่วัด ทำให้เป็นปัญหายืดเยื้อจนมาถึงปัจจุบัน 

ล่าสุดวันที่ 17 ส.ค. 66 ที่ห้องประชุมหลวงพ่อเพชร ชั้น 4 ศาลากลาง จ.พิจิตร พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายมานะ สิมมา ที่ปรึกษากฎหมาย สนง.ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายอินทพร จั่นเอี่ยม รก.ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นางเพ็ญรวี มาแสง รองอธิบดีกรมบังคับคดี เข้าร่วมประชุมพร้อมกับ นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผวจ.พิจิตร และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาวัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน ระดับจังหวัด โดยมี พระพรหมวัชรวิสุทธิ์ เจ้าคณะภาค 4 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ การประชุมครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาที่เกิดความขัดแย้งมาตั้งแต่ปี 2557 ระหว่างฝ่ายต่อต้านพระครูพิสุทธิวรากรณ์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันกับชาวบ้าน และลูกศิษย์ของพระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสที่มรณภาพไปแล้ว ทำให้ขณะนี้ พระครูพิสุทธิวรากรณ์ เจ้าอาวาส และกรรมการวัดชุดใหม่ ยังเข้าไปในวัดไม่ได้ เพราะชาวบ้านฝ่ายต่อต้านยังปักหลักอยู่ในวัด ในการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าประชุมหาข้อขัดแย้ง มีทั้งพระครูพิสุทธิวรากรณ์ เจ้าอาวาส กับนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ฝั่งชาวบ้าน การประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยเชิญสื่อมวลชนออกจากที่ประชุมเพื่อรอการแถลงข่าว 

...

หลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมด้วย นายมานะ สิมมา ที่ปรึกษากฎหมาย สนง.ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายอินทพร จั่นเอี่ยม รก.ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นางเพ็ญรวี มาแสง รองอธิบดีกรมบังคับคดี และ นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผวจ.พิจิตร ร่วมกันแถลงข่าว โดย “บิ๊กโจ๊ก” กล่าวว่า หลังการประชุมของทุกส่วน รวมถึง นายกิตติศักดิ์ สว. ตลอดจนเจ้าอาวาส  ไวยาวัจกร เจ้าคณะภาค 4 และกรมบังคับคดี มีความเห็นร่วมกันกำหนดให้มีการเปิดทรัพย์สินทั้งหมดของวัดบางคลานที่เป็นปัญหากันมาเกือบ 9 ปี ในวันอังคารที่ 22 ส.ค. เวลา 10.00 น. ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อตรวจทรัพย์สินแล้วหากอยู่ครบก็จบไป แต่หากทรัพย์หายไป จะเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องไปสืบสวนสอบสวนตรวจสอบดำเนินคดีกับผู้ที่เอาไป หายไปในช่วงไหน เจ้าอาวาสรูปไหนเกี่ยวข้องหรือไม่ 

"หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการเข้าปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าอาวาสวัดรูปปัจจุบัน เพราะถูกแต่งตั้งมาถูกต้องตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.สงฆ์ แล้วเรื่องต่อไปเป็นเรื่องของทางคณะสงฆ์ที่จะมีคำสั่งใดๆ เกี่ยวกับทางวัดก็ให้ป็นเรื่องของคณะสงฆ์ ส่วนเรื่องการฟ้องร้องต่างๆ นับร้อยคดีที่ฟ้องกันไปมา ตนและ ผวจ.พิจิตร จะลงไปดู จะใช้หลักนิติศาสตร์ควบคู่กับหลักรัฐศาสตร์ คดีไหนคุยกันได้ก็ให้ถอนไป คดีไหนคุยไม่ได้ก็ให้ดำเนินคดีไปในชั้นศาล และจากพูดคุยกันในวันนี้เชื่อว่าทุกฝ่ายมีความปรารถดีต่อวัด และหวงแหนในทรัพย์สินของวัด ส่วนที่มีการแสวงหาผลประโยชน์จากวัดไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนที่เข้ามาหาผลประโยชน์จากวัด ตนขอให้เลิกกระทำ ถ้ายังมี ตนจะจับหมด ขอยืนยันจะดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนบริเวณวัดบางคลานให้เร็วที่สุด" บิ๊กโจ๊ก กล่าว.