มีรายงานว่า แนวร่วมปลดปล่อยประชาชนแห่งชาติคะเรนนี หรือ กะเหรี่ยงดาวแดง ยิงเครื่องบินโจมตี ทอ.เมียนมา ตก 1 ลำ บริเวณใกล้กับหมู่บ้านยัวติ๊ด และบริเวณสบปาย รัฐคะยา ขณะบินต่ำจะโจมตีค่าย คาดเป็นเครื่องบินแบบ K-8 คาดว่ากองทัพเมียนมาจ่อถล่มเอาคืนแน่

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 66 มีรายงานว่าแนวร่วมปลดปล่อยประชาชนแห่งชาติคะเรนนี หรือกลุ่มดาวแดง (KNPLF) ประกาศว่า ได้ยิงเครื่องบินของกองทัพอากาศเมียนมาตกใกล้กับหมู่บ้านยัวติ๊ด และบริเวณสบปาย รัฐคะยา ขณะเครื่องบินทำการบินต่ำเพื่อโจมตีค่ายของกองกำลังกะเหรี่ยงกลุ่มดาวแดง อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถระบุเครื่องบินได้ในขณะนั้น เนื่องจากพื้นที่ตกอยู่ในเขตการปกครองของรัฐบาลทหารเมียนมา และทางทหารเมียนมาได้นำซากเครื่องบินออกอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นคาดว่าเป็นเครื่องบินขับไล่แบบ MAF-K8 ทั้งนี้ ทางกะเหรี่ยงดาวแดงมีการอพยพประชาชน และเตรียมพร้อมกองกำลังเพื่อรับมือกับกองทัพเมียนมา ที่คาดว่าจะเอาคืนเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ทหารเมียนมาจากกองพลทหารราบเบาที่ 55 และกองพลทหารราบที่ 66 ได้ถูกส่งกำลังจำนวนรวมกว่า 1,500 นาย เข้ามากวาดล้างกลุ่มทหารกะเหรี่ยงคะยา KA, KNDF และ PDF บริเวณพื้นที่หมู่บ้านกู้ส่า ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ เมืองดีมอโซว์ ของรัฐคะยา และพื้นที่ อ.ผาซอง จ.บอลาแคะ ด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตกของแม่น้ำสาละวิน ในระหว่างการสู้รบ ผู้คนในหมู่บ้านต้องพากันหลบหนี เพราะทหารเมียนมาระดมยิงอาวุธหนักใส่หมู่บ้านใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นทหารเมียนมายังได้ปิดล้อมตัวจังหวัดลอยก่อว์ที่อยู่ใกล้กัน ห้ามพลเรือนเดินทางผ่านเข้า-ออก เพื่อป้องกันการเสริมกำลังของกลุ่มกะเหรี่ยงใน จ.ลอยก่อว์ เข้าไปช่วยเหลือทหารกะเหรี่ยงคะยาในเมืองดีมอโซว์

สำหรับในการสู้รบที่เกิดขึ้น นอกจากกองทัพเมียนมาจะได้สนับสนุนหน่วยทหารราบเข้าไปเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังมีการนำเครื่องบินขับไล่ทำการทิ้งระเบิดอีกทางหนึ่งด้วย ทำให้บ้านเรือนของราษฎรชาวกะเหรี่ยงคะยาบางส่วนถูกแรงระเบิดพังเสียหาย

ส่วนยอดผู้หนีภัยการสู้รบของประชาชนชาวรัฐคะยา ที่มีความกังวลจากสถานการณ์ในพื้นที่ ต้องข้ามเขามาอาศัยอยู่ในจุดพักพิงปลอดภัยชั่วคราว บริเวณชายแดนด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันมีจำนวน 8,975 คน อาศัยในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวเขต อ.แม่สะเรียง อ.ขุนยวม และ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน รวม 5 แห่ง ในจำนวนนี้มีผู้ที่อพยพเพิ่มเข้ามาใหม่จำนวน 117 คน.