สองโจรสาวปลอมบัตรประชาชน ปลอมตัวสวมวิกผม เช่ารถฟอร์จูนเนอร์จากผู้ให้บริการรถเช่าที่เชียงใหม่ ตัดสัญญาณจีพีเอสเตรียมนำข้ามแดนไปขาย ดีที่เจ้าของไหวตัวแจ้งตามหา สุดท้ายจับผู้ต้องหาได้ 4 คน ยึดรถ 8 คัน เผยมีนายทุนอยู่เบื้องหลังหารถส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งวิธีเช่าแล้วเชิด ออกทุนให้ไปเช่าซื้อ เอารถจำนำที่ขาดส่งไปขายต่อ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 66 ตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับแจ้งจากนายกิตติชัย สอนมะพับ อายุ 44 ปี ว่ามีคนร้ายเป็นหญิงแสดงชื่อและบัตรประชาชน และใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ชื่อ นางสาวปวีณา ธารทอง (ภายหลังทราบว่าเป็นบัตรปลอม)ทำสัญญาเช่า รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีน้ำตาล ทะเบียน 5 กย-9016 กทม. ที่บริเวณโรงแรมบีทู สาขามหิดล กับผู้เสียหาย ซึ่งทำธุรกิจรถเช่า (เป็นธุรกิจแบบครัวเรือน) หลังจากส่งมอบรถ ตรวจสอบพบว่า รถยนต์ที่ให้เช่าคันดังกล่าวถูกตัดสัญญาณ GPS จึงได้โทรศัพท์ไปทวงถาม แต่ได้รับการบ่ายเบี่ยง ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.แม่ปิง
กระทั่งวันที่ 14 มกราคม 2566 เวลาประมาณ 12.00 น. ตำรวจพบว่ารถคันดังกล่าวมีสัญญาณจีพีเอสขึ้นที่บนถนนสายเรียบคันคลองชลประทาน ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และขับมุ่งหน้าไปยังปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอำเภอแม่แตงจึงได้นำกำลังเข้าจับกุมคนขับรถดังกล่าวคือนายศุภวิชญ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ นายสุมิตร (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ก่อนจะขยายผลจับกุม น.ส.ปวีณา อายุ 28 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน และ น.ส.ตวงพร อายุ 28 ปี อยู่ ต.มะเขือแจ้ อ.เมืองลำพูน
...
พลตำรวจโทปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า จากการสืบสวนขยายผลกลุ่มขบวนการ สามารถขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับ น.ส.ปวีณา และ น.ส.ตวงพร บุคคลผู้มาทำธุรกรรมการเช่ารถ แสดงบัตรประชาชนและใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ปลอม และเป็นผู้ถอดอุปกรณ์ GPS รถคันดังกล่าว จนเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กก.สส.3ฯ สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาหญิงทั้งสองคน ส่ง พงส.สภ.แม่ปิง ดำเนินคดี
"คดียังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลกลุ่มขบวนการอีก 5 รายซึ่งเป็นนายทุนใหญ่ เพื่อเอาผิดกลุ่มนายทุน ทั้งที่อยู่ภายในและนอกราชอาณาจักร รวมถึงผู้ร่วมขบวนการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถยนต์ได้ 8 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน ตรวจสอบและหาความเชื่อมโยงในการกระทำความผิด"
ด้าน พลตำรวจตรีวรพงศ์ คำลือ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายการโจรกรรมรถยนต์ ทำในรูปแบบของการจัดหารถให้แก๊งนำรถยนต์ส่งออกข้ามแดน ที่ผ่านมาได้นำรถส่งออกไปขายแล้ว 11 คัน ตามออเดอร์ของลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านช่องทางธรรมชาติในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดแม่ฮ่องสอน
โดยการเช่าแล้วเชิด คนร้ายจะทำการเช่ารถตามร้านเช่า มีทั้งที่แสดงตัวตนตามบัตรประชาชนจริง และปลอมแปลงเอกสารและสวมวิกผม เพื่ออำพรางตัวตน จากนั้นตัดสัญญาณ GPS แล้วนำรถไปขายต่อ และอีกรูปแบบคือการจ้างให้ไปเช่าซื้อรถ คนร้ายจ้างวานให้บุคคลที่มีศักยภาพทางการเงิน ไปเช่าซื้อรถจากโชว์รูม เต็นท์รถ โดยบุคคลนั้นยินยอมรับค่าจ้างเป็นเงินสดไว้แลกกับการขาดทุนจากการผ่อนชำระค่างวดรถรายเดือน จากนั้นนำรถข้ามแดนไปขาย นอกจากนี้มีการนำรถหลุดจำนำ คือคนร้ายจะนำรถที่มีบุคคลนำมาจำนำไว้ ซึ่งอาจผิดนัดชำระเงินต้น หรือดอกเบี้ย ไปจำหน่ายในราคาถูก อีกทอดหนึ่ง
ขณะที่ นายกิตติชัย สอนมะพับ อายุ 44 ปี ผู้เสียหายเจ้าของรถเช่า กล่าวว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รถคืนและรู้สึกเข็ดกับการปล่อยเช่ารถเพราะมีรถเช่าเพียงคันเดียวแต่ก็มาถูกกลุ่มขบวนการนี้เชิดหนีเตรียมนำไปขาย ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนปี 2565 ก็ตามรถคืนได้ที่จังหวัดเชียงราย หลังได้รถคืนแล้วนำกลับมาปล่อยเช่าอีก คิดว่าไม่มีอะไรกระทั่งมีหญิงสาวรายหนึ่งทำทีน่าเชื่อถือมาเช่ารถ มีค่ามัดจำปกติ มีบัตรประชาชนเหมือนการเช่ารถทั่วไป บอกว่ามาจากกรุงเทพฯจะพาเพื่อนไปเที่ยวดอยจึงมาเช่ารถ ตนก็ปล่อยเช่าไปหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากหญิงสาวคนดังกล่าวนำรถขับออกไปสัญญาณจีพีเอสได้ถูกตัด คิดว่ารถถูกโจรกรรมแน่นอน จึงได้โทรเช็กกับศูนย์จีพีเอสและแจ้งตำรวจให้เร่งติดตามตัวคนร้ายโชคดีที่ยังเจอรถ อย่างไรก็ตามฝากไปยังผู้ประกอบการรถเช่าทุกรายขณะนี้แก๊งโจรกรรมรถยนต์มาทุกรูปแบบขอให้มีการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดในการปล่อยรถให้เช่า
สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ หรือรับของโจร พร้อมเตรียมออกหมายจับนายทุนใหญ่ผู้ที่สั่งการให้หารถมาขายอีก 5 รายด้วย
...