ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ประชุม "แก้ไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5" เพื่อพิจารณาแผนประจำปี 66 แบบบูรณาการ ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ลง 20% ของค่าเฉลี่ย 5 ปี พร้อมสั่ง KICK OFF ลดค่าฝุ่นในเขตเมือง

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 65 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 แบบบูรณาการ จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมกันพิจารณาแผนการดำเนินการ ประจำปี พ.ศ. 2566 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน เข้าร่วมประชุม เพื่อให้เกิดการบูรณาการในการทำงานของทุกภาคส่วน และมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด โดยในปีนี้ จ.เชียงใหม่ ได้กำหนดเป้าหมายลดจุด Hotspot ค่าคุณภาพอากาศที่เกินมาตรฐาน และพื้นที่เผาไหม้ลง 20% ของค่าเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง หรือมีการเกิดจุดความร้อนไม่เกิน 9,833 จุด และพื้นที่เผาไหม้ไม่เกิน 718,056 ไร่

โดยที่ประชุมฯ ยังได้หารือการจัดกิจกรรม KICK OFF ซึ่งจะได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินการ รวมถึงการจัดการสื่อสารให้เป็นไปในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เช่น การเคาะประตูบ้าน การทำปุ๋ย การทำแนวกันไฟ การประชาสัมพันธ์ทางเสียงตามสาย เป็นต้น

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ยังได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อลดค่าฝุ่นละอองในเขตเมือง ควบคู่ไปกับการควบคุมการเผาป่า เช่น 1.การควบคุมควันดำจากท่อไอเสียรถยนต์ โดยให้ประสานการดำเนินงานร่วมกับขนส่งจังหวัด 2.การควบคุมการเผาเศษใบไม้หรือขยะจากครัวเรือน โดยสั่งการให้ อปท. เพิ่มรอบการเก็บขยะให้มากขึ้น 3.การล้างทำความสะอาดถนนทุกสายใน จ.เชียงใหม่ และ 4.การควบคุมฝุ่นละอองจากไซต์ก่อสร้างหรือควันจากโรงงาน เป็นต้น

"ในส่วนของการแก้ไขปัญหาของรอยต่อระหว่างประเทศ ผมได้มีการหารือในเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่จากประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ในขณะที่การดำเนินการในพื้นที่ที่เป็นรอยต่อระหว่างจังหวัด ซึ่งมี จ.แม่ฮ่องสอน จ.ลำปาง และ จ.ลำพูน ก็จะได้มีการหารือร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานแบบไร้รอยต่อ" ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้มีการหารือการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ผ่าน Application Fire D ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่สนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล Fire D (ไฟดี) โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะผู้พัฒนาแอปพลิเคชันดังกล่าว จะได้พัฒนาปรับปรุงและต่อยอดการใช้งานของแอปพลิเคชันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งต่อเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งานและต่อประชาชน ที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ได้อย่างชัดเจนมากขึ้นต่อไป.