แม่หลั่งน้ำตา วอนช่วยลูกน้อยวัยขวบเศษ ป่วยเลือดออกในสมอง กดทับประสาท ทำตาบอดมองไม่เห็น ต้องเจาะคอช่วยหายใจ และเจาะท้องให้ยา-อาหาร ต้องดูแลใกล้ชิดไม่ห่าง จนออกไปทำงานไม่ได้ ไร้เงินดูแลรักษา ค้างค่าเช่าห้องอีก 3 เดือน
เมื่อวันที่ 21 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ห้องเช่าชั้นเดียวเลขที่ 185 หมู่ที่ 3 ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นห้องเช่าปูนชั้นเดียว เป็นที่พักอาศัยของ น.ส.สุกัญญา เฉลิมศรี อายุ 31 ปี และน้องเฟิร์ส ลูกชายวัย 1 ขวบ 7 เดือน ซึ่งป่วยเลือดออกในสมอง กดทับเส้นประสาท จนตามองไม่เห็นตลอดชีวิต ส่วนสามีได้เลิกลากันไปตั้งแต่ตั้งท้องได้ 8 เดือน
จากการสอบถาม น.ส.สุกัญญา เล่าว่า ลูกชายเกิดอุบัติเหตุจมน้ำ ช่วงอายุประมาณ 1 ขวบ 2 เดือน ตอนนั้นตนกำลังอาบน้ำให้ลูก จังหวะที่ตนไปหยิบผ้าเช็ดตัวและเดินกลับมา พบว่าลูกชายนอนคว่ำหน้าลงไปในอ่างน้ำดิ้นทุรนทุราย จากนั้นตนจึงรีบนำตัวลูกส่ง รพ.กำแพงเพชร แต่ช่วงระหว่างนำลูกไปเอ็กซเรย์ ปรากฏว่า นำตัวขึ้นมาห้องผู้ป่วยไม่ทัน ทำให้หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะหนึ่ง ทีมแพทย์จึงช่วยปั๊มหัวใจจนน้องกลับมา แต่ร่างกายขาดออกซิเจนและมีเลือดออกในสมอง จนทับเส้นประสาทตาทำให้มองไม่เห็น จากนั้นลูกถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ต่างจังหวัดประมาณ 2 เดือน จนระบบอวัยภายในหายเป็นปกติ โดยแพทย์ได้ทำการเจาะคอและเจาะช่องท้องเพื่อทำการรักษา ก่อนจะส่งตัวกลับมารักษาต่อที่ รพ.กำแพงเพชร
น.ส.สุกัญญา เล่าต่อว่า เมื่ออาการลูกเริ่มดีขึ้น จึงกลับมารักษาตัวต่อภายในห้องเช่า ซึ่งในแต่ละวันตนต้องคอยเช็ดตัวทำความสะอาดร่างกาย แผลที่ช่องท้อง แผลที่คอ คอยดูดเสมหะในลำคอ ให้อาหารและยาทางสายยางเข้าทางช่องท้องลูก นอกจากนี้ยังต้องหยอดน้ำตาเทียมอีกทุกๆ 2 ชั่วโมง ที่สำคัญต้องคอยให้ออกซิเจนตลอดเวลา ซึ่งลำบากมากเพราะตนไม่มีรายได้อะไรเลย ที่จะมาใช้จ่ายในการรักษาลูกต่อเนื่อง ตนจะออกไปรับจ้างก็ไปไม่ได้เพราะต้องคอยดูแลลูก เพราะหากเผลอเพียงเสี้ยวนาที ลูกมีเสมหะติดค้างในลำคอ ขาดอากาศหายใจ หรือติดเชื้อกระทันหัน ก็เสี่ยงที่จะเสียชีวิตทันที
"ความลำบากของตนสองแม่ลูก คือ ค่าใช้จ่าย ตนไม่มีรายได้เลย จึงอยากออกไปรับจ้าง แต่ก็ไม่สามารถทิ้งลูกไปได้ เมื่อออกไปรับจ้างไม่ได้จึงไม่มีรายได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จะออกไปทำงานรับจ้างก็ไม่ได้ จ้างคนมาดูแลลูกก็ไม่ได้เพราะกลัวติดเชื้อ ตอนนี้ตนและลูกลำบากจริงๆ ขนาดค่าเช่าห้องยังไม่ได้จ่ายมา 3 เดือนแล้ว แต่โชคดีที่เจ้าของห้องเช่าเมตตาให้อาศัยอยู่ไปก่อน อีกทั้งยังคอยเข้ามาช่วยดูแลลูกอีก
ด้าน น.ส.อัญญาริศา นาคะ อายุ 20 ปี เจ้าของห้องเช่า เปิดเผยว่า สองแม่ลูกมาอยู่ด้วยนานแล้ว ตั้งแต่น้องยังร่างกายปกติ ตนเห็นทั้งสองเป็นแบบนี้ก็รู้สึกเห็นใจและเข้าใจเป็นอย่างดี ดังนั้นก็ต้องช่วยเหลือกันไป ส่วนค่าเช่าถ้ายังไม่มีก็ไม่เป็นไร อลุ่มอล่วยกันได้ เพราะเขาลำบากจริงๆ เราพอช่วยเหลือได้ก็ช่วยเหลือกันไปก่อน
"นอกจากนี้ยังคอยช่วยเหลือเรื่องอื่นด้วย เพราะแม่เด็กไม่มีรถ อยู่ตัวคนเดียว ของที่ต้องใช้ในแต่ละวันเราก็จะช่วยจัดการให้ โดยเฉพาะออกซิเจนในถังหมดไม่มีรถไป ตนก็จะอาสานำไปเปลี่ยนยังโรงงานบรรจุ ที่อยู่ห่างจากห้องเช่าประมาณ 5 กิโลเมตร ตนมองว่าอะไรที่ช่วยกันได้ก็ต้องช่วยกันไปก่อน" เจ้าของห้องเช่า ระบุ
สำหรับคนที่มีจิตเมตตาและต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทั้งสองแม่ลูก สามารถบริจาคผ่านหมายเลขบัญชี 020-013-453-461 ธนาคาร ธกส. สาขาคลองลาน ชื่อบัญชี น.ส.สุกัญญา เฉลิมศรี