ดอยวาวี จับมือ วิสาหกิจชุมชน Thai Herb Centers เตรียมลุยปลูกกัญชา พัฒนาทางการแพทย์ เพื่อสุขภาพ และต่อยอดสร้างมูลค่าจากผลิตภัณฑ์ชาอู่หลง มั่นใจในอนาคตจะสามารถแปรรูป ชากัญชา จากดอยวาวี เป็นชาที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด และสร้างชื่อเสียง เป็นที่ต้องการเพื่อนำไปใช้ในทางการแพทย์
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 65 องค์การบริหารส่วนตําบลวาวี จ.เชียงราย นายปกรณ์เกียรติ พิสัยเลิศ นายก อบต.วาวี เป็นประธานในพิธีเปิดจัดอบรมเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนผู้ที่สนใจเกี่ยวกับกัญชา ในหัวข้อเรื่อง "การปลูกกัญชา และแนวทางการพัฒนาชากัญชา ให้มีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์" ขึ้น ณ องค์การ บริหารส่วนตําบลวาวี โดยได้รับเกียรติจาก นายอารยะ โรจนวณิชชากร คณะที่ปรึกษา รมช.สธ. บรรยายทิศทางนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชากัญชา และคณุธวัช จรุงพิรวงศ์ ประธานวิสาหกิจชุมชน Thai Herb Centers บรรยายในหัวข้อ "การปลูกกัญชาให้มีประสิทธิภาพ และแนวทางการพัฒนาชา กัญชาให้มีประสิทธิภาพ" ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรชาววาวีเป็นจํานวนมาก
นายธวัช จรุงพิรวงศ์ ประธานวิสาหกิจชุมชน Thai Herb Centers กล่าวว่า วาวีขึ้นชื่อในเรื่องของชา และกาแฟ เมื่อมีกระแสกัญชามา เกษตรกรจึงเริ่มสนใจพืชเศรษฐกิจใหม่ โดยอยากนํากัญชาคุณภาพมาแปรรูปเป็นชากัญชา และในอนาคตเราอาจ เห็นชากัญชาสูตรใหม่ที่มีส่วนผสมกับชาอู่หลง หรือสมุนไพรพื้นบ้านจากดอยวาวี เรื่องของการปลูกชาเกษตรกรมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วเพราะมีมานาน แต่สําหรับกัญชานับเป็นเรื่องใหม่ที่จะปลูกและแปรรูปอย่างไรให้มีคุณภาพ
"สิ่งสําคัญของการปลูกกัญชานั้น ไม่ใช่ปลูกเป็นอย่างเดียวแต่เราต้องมีความรู้พื้นฐานตั้งแต่เรื่องสายพันธุ์ เรื่องความรู้ในการปลูก ตั้งต้นต้นน้ําจนถึงปลายน้ํา โดยเฉพาะเทคนิคการปลูกอย่างมีคุณภาพ เช่น การเลือกสายพันธุ์กัญชา และกัญชง การเลือกโรงเรือนในการปลูก การปลูกกัญชาให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และแปรรูปกัญชา จนถึงรื่องการปลูกนั้นจะปลูกง่ายขึ้น ใครก็ปลูกได้ แต่ที่สําคัญกว่านั้นคือ เราจะทําอย่างไรให้การปลูกมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะหากเราต้องนําไปใช้ทางการแพทย์ หรือผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ กระบวนการปลูก การรับรองคุณภาพ นับว่าเป็นหัวใจสําคัญที่มองข้ามไม่ได้" นายธวัช กล่าว
จะเห็นว่า เมื่อพูดถึง "ดอยวาวี" ที่เชียงราย นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว สิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ก็คือชาและกาแฟคุณภาพที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะชาจากดอยวาวีนั้น จึงได้ชื่อว่าเป็นชาที่มีการปลูกเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีต้น "ชาพันปี" ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางป่าในเขตบ้านใหม่พัฒนาขนาด 3 คนโอบ เป็นสัญลักษณ์ของการปลูกชามาอย่างยาวนาน ที่สําคัญที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิตชาที่มีคุณภาพอีกแห่งหนึ่งของประเทศ โดยเฉพาะชาอู่หลงจากดอยวาวี มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะชาวบ้านในแถบตําบลวาวี บางส่วนยึดอาชีพปลูกชาพันธุ์พื้นเมืองมาก่อน เนื่องจากละแวกดอยวาวีมีชาป่า หรือชาพันธุ์อัสสัม ซึ่งเป็นชาพันธุ์พื้นเมืองที่ขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป มีการนําไปหมัก ทําเมี่ยง หรือไปชงเป็นชาแดง แต่ให้ผลผลิตไม่ดี และมีราคาแพง
...
ด้วยเหตุนี้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ชาพันธุ์ชิงชิง และชาเบอร์ 12 จากไต้หวัน จึงถูกนํามาปลูกบนดอยแม่สลอง เพื่อผลิตเป็นชาอู่หลง และได้รับความนิยม ต่อมาชาวบ้านบนดอยวาวี จึงเริ่มหันมาปลูกชาพันธุ์ใหม่แทนพันธุ์พื้นเมืองกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อกระแสของสมุนไพรมากคุณค่าอย่าง "กัญชา" กําลังได้รับความนิยมมากขึ้น หลังปลดล็อกจาก "ยาเสพติด" เกษตรกรวาวีจำนวนไม่น้อยจึงเริ่มสนใจปลูกกัญชาเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะแนวคิดที่จะนํากัญชามาผลิตเป็นชากัญชา เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
...
การอบรมในครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวแรกที่สําคัญของการพัฒนา "ชากัญชา" รวมทั้งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอด และสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ชากัญชาจากดอยวาวี ซึ่งในอนาคตอาจเป็นที่รู้จักในระดับประเทศไม่แพ้ชาพันปีจากดอยวาวีก็ได้ ใครจะรู้