ชาวเชียงใหม่ห่วงน้ำท่วม "เวียงกุมกาม" วัดโบราณอายุกว่า 700 ปี หลายแห่งจมบาดาล ขณะที่ "กำแพงประตูช้างเผือก" พังทลายหลังอุ้มน้ำไม่ไหว หวั่นถล่มมาซ้ำ ขณะที่ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถานสำนักศิลปากรที่ 7 นำช่างศิลปากรขนอุปกรณ์เร่งเข้าซ่อมแซม
เมื่อวันนี้ 25 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีกำแพงเมืองประตูช้างเผือก อายุเก่าแก่กว่า 700 ปี พังถล่มลงมาเมื่อช่วงเช้า เนื่องมาจากมีฝนตกต่อเนื่องตลอดคืน จนทำให้กำแพงเมืองอุ้มน้ำไม่ไหว พังลงมาทั้งแถบ ต่อมา นายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการกลุ่มอุนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่พร้อมด้วย นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ได้เดินทางมาตรวจสอบสภาพความเสียหายของกำแพงเมืองบริเวณประตูช้างเผือกที่พังถล่มลงมา พบว่ามีความเสียหายค่อนข้างมาก โดยจุดที่ได้รับความเสียหายมีความยาวจากบริเวณประตูเมืองจนถึงแนวกำแพงประมาณ 20 เมตร ซึ่งต้องเร่งซ่อมแซมเป็นการด่วน เพื่อป้องกันการพังถล่มของกำแพงเมืองซ้ำอีก
ล่าสุดเมื่อช่วงบ่าย นายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการกลุ่มอุนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้นำเจ้าหน้าที่ศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ พร้อมด้วยอุปกรณ์ทั้งไม้และเหล็ก ที่จะนำมาทำการค้ำยันตัวกำแพงเมืองประตูช้างเผือกเอาไว้ก่อน
...
ด้าน นายเทอดศักดิ์ เปิดเผยว่า โดยในเบื้องต้นตอนนี้ที่นำอุปกรณ์เข้ามาเพื่อทำการเข้าเฝือก หรือที่เรียกว่าวิธีการ "รัดดามเฝือก" ตัวกำแพงเอาไว้เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงไว้ชั่วคราวของตัวโบราณสถาน และยังเป็นการป้องกันการพังทลายเพิ่มเติมของตัวผนังกำแพงประตูช้างเผือก ส่วนตอนนี้มีความหวั่นใจบริเวณรอยต่อของผนังแต่ละด้าน เพราะผนังกำแพงแต่ละด้านไม่มีการโยงยึดกันแต่อย่างใด ซึ่งทำให้มีโอกาสที่จะล้มเพิ่มมีสูงและตอนนี้ยังตรวจพบผนังกำแพงประตูช้างเผือกอีกด้านที่ยังไม่ถล่ม พบมีรอยร้าวแนวดิ่ง ซึ่งเป็นรอยร้าวลักษณะเดียวกันกับผนังกำแพงที่พังถล่มลงมา ซึ่งตอนนี้ก็แค่รอเวลาที่จะผังถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ จึงมีความจำเป็นต้องได้รีบดำเนินการซ่อมแซมรัดดามเฝือกเอาไว้ก่อนเป็นการด่วน คาดว่าให้แล้วเสร็จภายในวันพรุ่งนี้ แต่ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องรีบรัดดามเฝือกตัวพนังกำแพงที่พังทลายลงไป และยังเหลืออีกด้านที่ยังไม่ถล่มลงมา ซึ่งไม่มีตัวยึดรั้งเอาไว้ และถ้าหากฝนตกลงมาจะทำให้กำแพงอีกด้านรับน้ำหนักไม่ไหวก็จะพังถล่มลงมาบนถนน และอาจเกิดอันตรายกับผู้ที่สัญจรไปมาอีกด้วย นอกจากนี้ จะมีการสำรวจตัวกำแพงเมืองเชียงใหม่ทั้งโครงสร้างเพื่อเสริมโครงสร้างและหลังการบูรณะกำแพงเมืองแล้วหน้าตาของกำแพงเมืองจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม เพื่อคำนึงถึงความรู้สึกของชาวเชียงใหม่ ส่วนที่มีการพูดกันถึงเรื่องเกิดอาเพศนั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องดวงเมืองหรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า ขึด เลยซึ่งล้วนเกิดจากอุบัติภัยมากกว่า
ขณะที่ ฝนตกหนักสะสมมาตลอดสัปดาห์ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังวัดโบราณเก่าแก่อายุกว่า 700 ปี ในพื้นที่โบราณสถานเวียงกุมกาม ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ ทำให้ชาวบ้านเริ่มห่วงอาจเกิดความเสียหาย พร้อมเร่งรัดให้หน่วยงานรับผิดชอบเข้ามาดูแล
จากการสำรวจพบมีน้ำท่วมขังที่วัดกู่ป้าด้อม วัดธาตุขาว และ วัดกานโถมหรือวัดช้างค้ำ 3 ใน 10 วัดโบราณในพื้นที่เวียงกุมกามที่มีการขุดค้นพบ ลึกลงไปจากผิวดินมากกว่า 1 เมตร มีน้ำท่วมขังรอบตัววัด องค์พระประธาน ฐานเจดีย์ขนาดใหญ่ สิ่งปลูกสร้างอื่นทั้งหมดจนกลายเป็นสระน้ำ บางจุดมีจอกแหนสีเขียวเต็มพื้นที่ เริ่มส่งกลิ่นเหม็น
...
นางสวิง ศรีใจ ชาวบ้านช้างค้ำ บอกว่า อยู่ที่นี่มานานกว่า 24 ปี ที่ผ่านมาช่วงฝนตกหนักจะมีน้ำไปท่วมขังในพื้นที่วัดโบราณทั้งที่วัดช้างค้ำและวัดอื่นๆ ที่อยู่ในเวียงกุมกามเป็นประจำ โดยครั้งนี้น้ำท่วมขังมานานกว่าสัปดาห์ ยังคงระดับเดิมไม่ลดลง และยังไม่มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาสูบน้ำออก ปัญหาน้ำท่วมเวียงกุมกาม แม้จะเกิดขึ้นเป็นประจำในฤดูฝน แต่ชาวบ้านก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาวิธีแก้ปัญหา เพราะกลัวว่าน้ำท่วมขังนานๆ อาจทำให้วัดโบราณเสียหายได้ และก็ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับช่าวบ้านใกล้วัด เนื่องจากน้ำเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น และมียุงจำนวนมาก อยากให้มีระบบท่อระบายน้ำที่ใช้การได้ดีมากกว่านี้
...
ด้าน นายเทิดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ เชียงใหม่ เปิดเผยว่า โบราณสถานเวียงกุมกาม ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำปิง หลายร้อยปีที่ผ่านมาถูกตะกอนดินจากการเปลี่ยนทางของแม่น้ำปิงทับถมจนสูญหายไป ก่อนมีการขุดค้นพบในภายหลังจนถูกเรียกว่าเมืองโบราณใต้พิภพ โดยกรมศิลปากรได้มีการขุดแต่งลงไปจากผิวดิน แต่ละจุดมีความลึกลงไปจนถึงฐานโบราณสถานกว่า 1 เมตร ที่ผ่านมาในฤดูฝนจะถูกน้ำท่วมขังเป็นประจำจนกลายเป็นเรื่องปกติและทุกปีสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและทำการระบายน้ำออก
สำหรับน้ำที่ท่วมขังวัดในเวียงกุมกามเป็นนานหลายวัน ไม่มีผลต่อความมั่นคงแข็งแรง หรือเกิดความเสียหาย เพราะกรมศิลปากรได้มีการขุดแต่งเสริมความมั่นคงฐานราก และมีการตรวจสอบมาโดยตลอด พบว่าอิฐไม่เปื่อยยุ่ย โครงสร้างไม่วิบัติ แต่อาจมีผลกระทบกับชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวบ้าง เช่น กลิ่นจากน้ำท่วมขัง หรือโบราณสถานใกล้บ้านกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งหลังจากนี้หากฝนเริ่มลดลง สำนักศิลปากรที่ 7 จะเร่งทำการสูบน้ำออกโดยเร็วที่สุด