พนักงานโรงแรมวัย 47 ปี ออกเวรกะกลางคืน ขับรถกลับบ้านท่ามกลางฝนตก พุ่งชนต้นสักทองซึ่งมีเพียงต้นเดียวริมทาง ก่อนถึงบ้านเพียงไม่ถึง 1 กิโลเมตร ภรรยาร่ำไห้วิ่งมาดูใจสามีก่อนจะเสียชีวิต ชาวบ้านลืออาถรรพณ์ต้นไม้เก่าอยู่คู่ถนนมานาน ไม่มีใครกล้าตัด
เวลา 08.20 น. วันที่ 11 ก.ย. 65 พ.ต.ท.พงศกร ธนะวัง สารวัตรเวรสอบสวน สภ.แม่สอด จังหวัดตาก ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนต้นสักทองขนาดใหญ่ข้างทางมีผู้เสียชีวิต บนถนนสายแม่สอด-ท่าสองยาง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 1 ใกล้กับสุสานหลวงเทศบาลนครแม่สอด อำเภอแม่สอด หลังรับแจ้งเหตุจึงพร้อมหน่วยกู้ชีพมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์เขตนครแม่สอดเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นถนนสี่เลนแบบมีเกาะกลาง และเป็นถนนสายตรงยาวหลายกิโลเมตร ที่ริมถนนย่านชุมชนพบรถยนต์เก๋ง นิสสันอัลเมร่า สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 9407 ตาก พุ่งชนอัดติดกับต้นสักทองขนาดใหญ่ริมถนน ซึ่งมีอยู่เพียงต้นเดียวในบริเวณนั้น สภาพรถด้านหน้ารถพังยับเยิน เศษชิ้นส่วนรถแตกกระจาย ส่วนภายในรถพบ นายฐิติวัชร์ ปัญญารัตนวิทย์ อายุ 47 ปี คนขับรถ และเป็นพนักงานต้อนรับในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองแม่สอด นอนแน่นิ่งคาพวงมาลัย ชาวบ้านและหน่วยกู้ชีพ นำตัวออกจากซากรถเร่งทำ CPR หรือปั๊มหัวใจกันริมถนน
...
นาทีนั้นได้มี นางสาวลัลย์ญา ปัญญารัตนวิทย์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นภรรยาทราบข่าวร้ายรีบวิ่งออกจากบ้านดูใจสามี พร้อมร่ำไห้ใจจะขาดเมื่อเห็นสามีนอนแน่นิ่งและขาดใจตายไปต่อหน้า ท่ามกลางความเศร้าสลดของชาวบ้านไทยมุงย่านนั้นที่ต่างก็รู้จักผู้ตาย
นางสาวลัลย์ญา ปัญญารัตนวิทย์ ภรรยาผู้เสียชีวิตกล่าวทั้งน้ำตาว่า สามีทำงานอยู่ที่โรงแรมกลางเมืองแม่สอด และทำงานเวรกลางคืน ออกเวรช่วงเช้า ซึ่งทุกวันเวลานี้สามีจะกลับมาถึงบ้านแล้ว แต่วันนี้รอเท่าไรสามีก็ไม่มา จนกระทั่งได้รับแจ้งข่าวร้ายว่าสามีขับรถชนต้นสักทองบาดเจ็บสาหัส จึงรีบออกจากบ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ รีบมาดูใจสามีซึ่งคาดว่าสามีน่าจะเกิดอาการหลับในเนื่องจากทำงานทั้งคืนถึงเช้า
ขณะที่ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่าช่วงเวลาเกิดเหตุมีฝนตกบนถนนทำให้ถนนลื่น เห็นรถผู้ตายขับมาด้วยความเร็วก่อนจะเสียการควบคุมพุ่งชนต้นสักทองริมถนนอย่างแรงเสียงชนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วถนนจนชาวบ้านรีบวิ่งออกมาดูก็พบว่ารถพังยับเยินและมีผู้บาดเจ็บในรถ สำหรับต้นสักทองต้นนี้มีเสียงร่ำลือในเรื่องอาถรรพณ์ เนื่องจากมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี อยู่คู่ถนนสายนี้มายาวนาน และปัจจุบันเหลือเพียงต้นเดียวริมถนนในละแวกนี้ ซึ่งไม่มีใครกล้าตัด และก็เป็นเรื่องแปลกเนื่องจากมีรถยนต์ทั้งรถเล็กรถใหญ่ต่างมาประสบอุบัติเหตุพุ่งชนอัดก๊อบปี้กับต้นสักทองต้นนี้เพียงต้นเดียวมาหลายคั้งหลายคัน ชนตรงกันทั้งเวลา สถานที่ และเฉพาะเจาะจงมาพุ่งชนต้นสักทองต้นเดียวต้นนี้ และก็ไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่รายเดียว ส่วนครั้งนี้มีชาวบ้านหลายคนบอกว่าจะขอนำเลขทะเบียนรถไปเสี่ยงดวงในงวดนี้ด้วย.