ระวังเสียแนวเขต หลังพบ "แม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก" ดินพังทลายทำให้ตลิ่งทรุดยาว 12 จุด ถนนถูกน้ำกัดเซาะ รวมกว่า 12 กิโล หวั่นเสียแผ่นดินกระทบความมั่นคงชายแดน ปลัดอำเภอแม่สาย เร่งแจ้งปัญหาให้จังหวัดเพื่อรอผู้ว่าฯ สั่งการ


เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากได้มีฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้ลำน้ำสาย-น้ำรวก ที่เป็นเขตแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีระดับสูงขึ้นและเชี่ยวกราก รวมทั้งกัดเซาะตลิ่งของฝั่งประเทศไทย จนดินพังทลายหายไปกับสายน้ำหลายจุด และเป็นบริเวณกว้างขึ้นเรื่อยๆ

ต่อมา ร.ต.อ.เด่นวุฒิ จันต๊ะขัติ นายก อบต.เกาะช้าง อ.แม่สาย ได้นำคณะเจ้าหน้าที่สำรวจจุดที่เสียหายพบว่ามีการพังทลายของตลิ่งถนนเลียบชายแดนกว้าง 6 เมตร และไหล่ทางรวมประมาณ 10 เมตร ในเขตพื้นที่บ้านป่าซางงาม ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถใช้ถนนได้อีก เกรงจะเป็นอันตราย

บางจุดถนนทรุดพังทลายลงลำน้ำยาวประมาณ 350 เมตร และมีถนนที่ถูกกัดเซาะจนเว้าแหว่งอีกหลายจุด รวมระยะทางประมาณ 800 เมตร โดยน้ำได้กัดเซาะฝั่งไทยจนกลายเป็นทางเดินน้ำใหม่ แตกต่างจากแนวสำรวจชายแดนเดิมเมื่อปี 2535 อย่างมาก ทางกลับกันได้เกิดแผ่นดินงอกขึ้นเป็นบริเวณกว้างกว่า 7 ไร่ ในฝั่งประเทศเมียนมา ตรงข้าม อ.แม่สาย

...

ร.ต.อ.เด่นวุฒิ กล่าวว่า พื้นที่ริมถนนเลียบชายแดนอีกด้านติดคลองชลประทาน พบว่าถูกน้ำสายกัดเซาะมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีฝนตกหนักและปริมาณน้ำมีมาก ล่าสุดพบว่าน้ำได้กัดเซาะ ตั้งแต่หมู่บ้านป่าซางไปถึงบ้านสันนา ต.เกาะช้าง รวมระยะทางประมาณ 12 กม. สูญเสียพื้นที่ไปประมาณ 7 ไร่ และหากน้ำกัดเซาะถนนพังลงถึงคลองชลประทาน จะกระทบกับชาวบ้าน 8 หมู่บ้าน และพื้นที่ทางการเกษตร ประมาณ 1,000 ไร่ ที่ผ่านมามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ แต่อ้างว่ายังไม่มีงบซ่อมแซมตลิ่ง จึงขอวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับปัญหานี้ให้มากขึ้น เพราะตลิ่งลำน้ำสายพังไปทุกวัน ไทยจะสูญเสียพื้นที่ของประเทศซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติอีกด้วย ดังนั้นนอกจากหน่วยงานต่างๆ แล้วตนอยากให้คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เข้าไปดูสภาพปัญหาเพื่อหาทางแก้ไขโดยด่วน

ทางด้านปลัดอาวุโส อ.แม่สาย กล่าวว่า ได้ทำรายงานปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นแจ้งให้ทางจังหวัด และ ปภ.จังหวัด ได้รับทราบแล้ว ขั้นต่อไปจะต้องรอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาสั่งการ

สำหรับ อ.แม่สาย มีพื้นที่แนวชายแดน ทั้งหมด 48 กิโลเมตร เป็นเขตติดต่อทางบกประมาณ 20 กม. และทางน้ำ 28 กม. โดยเขตติดต่อทางน้ำแบ่งเป็นแม่น้ำสาย 10 กม. และแม่น้ำรวก 18 กม. ก่อนไหลลงสามเหลี่ยมทองคำ สำหรับจุดที่ล่อแหลมคือบริเวณบ้านปางห้า ม.1 ต.เกาะช้าง ซึ่งน้ำรวกล้นตลิ่ง ท่วมไร่นาชาวบ้าน และที่บ้านสันนา ม.2 ต.เกาะช้าง น้ำรวกไหลชนพนังตลิ่ง ทำให้ตลิ่งทรุดพังเสียหายทุกปี ตอนนี้อยู่ในภาวะเสี่ยงหากเกิดฝนตกหนักอีกครั้ง น้ำก็จะกัดเซาะตลิ่ง และน้ำจะเปลี่ยนทิศทาง และที่บ้านป่าซางงาม ม.6 ซึ่งโดนน้ำกัดเซาะตลิ่งเช่นกัน โดยแนวตลิ่งเหลือแค่เพียง 2 เมตร เป็นปัญหามาหลายปีแต่ยังไม่มีการแก้ไข ทำแนวพนังกันตลิ่งให้แข็งแรงขึ้น ส่วนทางด้านประเทศเพื่อนบ้านได้มีการซ่อมสร้างตลิ่งป้องกันตลิ่งพังไปแล้วบางจุด.