เผาแล้วศพ "ลุงล่อน" ลูก "ยายสาว" แม่ผู้นั่งร่ำไห้หน้าโลงศพ ลูกชายเหยื่อเก๋งชนเสียชีวิต จิตอาสาอุ้มยายร่วมพิธีทุลักทุเล แขกร่วมงานหนาตาที่วัดโกสัมพี ขณะที่ยอดบริจาคช่วยอยู่ที่กว่า 3.7 แสนบาท

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 ก.ค. 65 ที่วัดโกสัมพี ม.5 บ้านโกสัมพี ต.โกสัมพี อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ชาวบ้าน และผู้นำชุมชนพร้อมกลุ่มจิตอาสาร่วมกันจัดทำพิธีฌาปนกิจศพ นายทองอินทร์ สีขำ หรือ ลุงล่อน อายุ 62 ปี อาชีพเก็บของเก่าขาย หลังถูกรถยนต์เก๋งชนเสียชีวิตขณะจูงรถจักรยานหาเก็บของเก่าไปขาย เหตุเกิดที่บริเวณทางแยกเข้าเขาสนามเพรียง ถนนพหลโยธิน (ขาขึ้น) ตามข่าวที่เสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

วันนี้มีชาวบ้านและผู้นำชุมชนกว่า 100 คน และยังมีนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.เขต 2 กำแพงเพชร ได้เดินทางมาร่วมพิธีในครั้งนี้พร้อมทั้งได้นำสิ่งของมามอบกับครอบครัวของคุณยายสาวอีกด้วยที่บริเวณเมรุของวัดโกสัมพี ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีการเทศนา และสวดมาติกาบังสุกุลบนศาลาการเปรียญเรียบร้อยแล้วชาวบ้านช่วยกันนำร่างที่ไร้วิญญาณของนายทองอินทร์ ลงไปยังเมรุ โดยทางกลุ่มจิตอาสาได้ช่วยกันอุ้มร่างอันผอมโซของ ”คุณยายสาว” ลงจากศาลาวัดแล้วนำขึ้นรถเข็นไปยังเมรุเผาศพที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 800 เมตรอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางชาวบ้านที่พากันมองมายังคุณยายอย่างน่าเวทนา

...

จากนั้นนำมานั่งที่โต๊ะภายในศาลาที่พักสักครู่คุณยายจึงได้ทอดกายลงนอนที่โต๊ะนั่งเองคาดมาจากร่างกายที่อ่อนล้า เนื่องจากหลายวันที่ผ่านมาคุณยายสาวนั่งๆ นอนๆ ร้องไห้หน้าโลงศพของลูกชายอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางชาวบ้านที่ร่วมกันทำพิธีฌาปนกิจศพลูกชายของตนเอง ซึ่งชาวบ้านคาดว่าคุณยายสาวคงไม่รู้เรื่องอะไรเลยว่าชาวบ้านเขากำลังทำอะไรกัน ซึ่งเป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ในพื้นที่, ฝ่ายปกครองผู้นำหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกำแพงเพชร ได้เดินทางมาให้การช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมเดินทางไปที่บ้านของยายสาว ก็ยังไปพบกับนายกอก สีขำ (น้องชายของผู้ตาย) อายุ 52 ปี นั่งถอดเสื้อเนื้อตัวมอมแมมอยู่ในเพิงพักหลังเล็กๆ (เหมือนเล้าถ่าน) เมื่อสอบถามไม่ได้พูดอะไร ซึ่งมาทราบภายหลังว่าพูดไม่ได้ รอคอยอาหารจากนายทองอินทร์ผู้เสียชีวิต ซึ่งการเลี้ยงดูจะอยู่ในความดูแลของนายทองอินทร์ผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น

ขณะที่ ยอดเงินบริจาค เมื่อเวลา 15.30 น. ณ วันที่ 30 มิ.ย. 65 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 378,635.16 บาท ซึ่งในวันจันทร์ที่ 4 ก.ค. 65 จะทำการปรับยอดสมุดบัญชีอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเรื่องของคดีความทางพนักงานสอบสวนได้นัดหมายคนขับขี่รถยนต์คันก่อเหตุ มาทำการสอบปากคำ และให้มาพูดคุยกับทางญาติของผู้เสียชีวิตถึงเรื่องการเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตรายนี้ต่อไป ซึ่งทางผู้ดูแลบัญชีธนาคารทั้ง 3 คนได้ตกลงกันว่า หากคู่กรณีมีการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายจนเป็นที่น่าพอใจกันทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว จะทำการปิดบัญชีที่รับบริจาคนี้ทันที และจะได้นำเงินที่ได้ทั้งหมดมาบริหารจัดการ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของคุณยายสาวต่อไป.

...