ทหารพม่า-กองกำลังชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง ยิงปะทะกันดุเดือดชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์ ฐานฮูเกรทะ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 เครื่องบินรบพม่าขึ้นบินยิงถล่มตลอดทั้งวัน ทหารไทยต้องยิงกระสุนควันเตือน หลังมีกระสุนไม่ทราบชนิด ไม่ทราบฝ่าย 2 ลูกลอยข้ามมาตกฝั่งไทยในต.วาเล่ย์ อ.พบพระ
เวลา 14.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. สถานการณ์การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยงเข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู กองพัน 27 หน่วยจู่โจมที่ 201 และ 103 กองพลน้อยที่ 6 สนธิกำลังกับทหารเคเอ็นแอลเอ (knla) พร้อมด้วยทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นดีโอ (kndo) และกลุ่มพีดีเอฟ (pdf) ซึ่งมีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย นำกำลังเข้าไปปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานทหารเมียนมา เป็นฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่บ้านฮูเกรทะ กองพันที่ 32 ชุดเคลื่อนที่เร็วที่ 559 บก.ควบคุมที่ 13 อำเภอซูการี จังหวัดเมียวดี ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งมีการยิงปะทะกันอย่างหนักผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือดและทำให้ทหารทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
...
โดยตลอดทั้งวัน ทหารทั้งสองฝ่ายยังคงใช้อาวุธปืนเล็กยาวและเครื่องยิงลูกระเบิดหลายขนาดระดมยิงตอบโต้กันไปมาหลังช่วงเช้าที่ผ่านมาทหารเคเอ็นยูสามารถเข้าไปยึดฐานที่มั่นของทหารเมียนมา ฐานอูเกรทะ ซึ่งเป็นฐานติดกับลำห้วยวาเล่ย์ติดแนวชายแดนอำเภอพบพระ จังหวัดตาก จนช่วงบ่ายการปะทะหนักขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเฮลิคอปเตอร์ทหารเมียนมาบินมาส่งกระสุนปืนและลูกระเบิดให้ฐานทีตาแหล่ ซึ่งเป็นฐานยิงเครื่องยิงลูกระเบิดหนักหรือ ค.120 มม. ระดมยิงลูกระดมใส่พื้นที่รอบฐานอูเกรทะที่ทหารกะเหรี่ยงปิดล้อมอยู่
ขณะเดียวกันทหารเมียนมาได้ส่งเครื่องบินรบจำนวน 2 ลำบินเลียบแนวภูเขาติดแนวชายแดนในระดับต่ำพร้อมทิ้งลูกระเบิดขนาดใหญ่นับสิบลูกใส่ทหารกะเหรี่ยงที่หลบอยู่ในพื้นที่แนวกำบังเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วชายแดนอำเภอพบพระ จนชาวบ้านที่มีบ้านอยู่แนวระเบิดตกไม่กล้าเข้าไปในบ้านต้องออกมาหลบภัยที่บริเวณป่าและพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวโดยมีเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ออกลาดตระเวนตลอดแนวชายแดนอำเภอพบพระอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาเครื่องบินรบของทหารเมียนมาได้บินทิ้ง "คลัสเตอร์บอมบ์" จำนวน 2 ลูกซึ่งเป็นระเบิดร้ายแรงในสงครามจนเกิดกลุ่มควันลอยฟุ้งกระจายในอากาศรอบฐานอูเกรทะและมีทหารกะเหรี่ยงได้รับบาดเจ็บหลายนาย มีรายงานว่าลูกกระสุนปืนและลูกระเบิดไม่ทราบฝ่ายลอยข้ามมาตกในเขตไทยแต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
ด้านศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก รายงานสถานการณ์ ฉบับที่ 117 ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2565 สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดตากห้วงวันที่ 26-28 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา กองกำลังชนกลุ่มน้อยเชื้อสายกะเหรี่ยง เข้าปฏิบัติการทางทหาร ต่อทหารเมียนมา บริเวณ บ.อูเกรทะ อ.วาเล่ย์ใหม่ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สมม. ด้านตรงข้าม บ.วาเล่ย์ใต้ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ส่งผลให้เกิดการปะทะระหว่างกำลังทั้งสองฝ่าย บริเวณดังกล่าวซึ่งห่างจากแนวชายแดนลึกเข้าไปในฝั่งเมียนมาประมาณ 1 กม.และมีการใช้กำลังทางอากาศสนับสนุนการปฏิบัติในพื้นที่
2. ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก คือ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2565 เวลา 15.55 น. การปะทะของกำลังทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ ไม่ทราบฝ่าย จำนวนสองลูกลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตร ของราษฎร บ.วาเล่ย์ใต้ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ทำการยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมาได้ รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งได้ดำเนินการ แจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น ไทย-เมียนมา (TBC) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอพบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่กระสุน ไม่ทราบชนิด/ ไม่ทราบฝ่าย ข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดน อย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนไทยซึ่งการปะทะในครั้งนี้ยังไม่มีผู้หนีภัยสงครามชาวเมียนมา เดินทางข้ามมายังฝั่งไทย
...
สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตากอยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณือย่างใกล้ชิดหลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 4