ยธ.ลุยแก้หนี้ช่วย "คนแพร่-อุตรดิตถ์" แบ่งเบาความทุกข์-ลดภาระค่าใช้จ่าย

ข่าว

ยธ.ลุยแก้หนี้ช่วย "คนแพร่-อุตรดิตถ์" แบ่งเบาความทุกข์-ลดภาระค่าใช้จ่าย

ไทยรัฐออนไลน์

19 มิ.ย. 2565 02:26 น.

บันทึก

รมว.ยุติธรรม เปิดงานมหกรรมแก้หนี้สิน "อุตรดิตถ์-แพร่" ช่วยเจรจาขนส่ง หลังหนุ่มติดหนี้ประมูลทะเบียนสวย เพราะธุรกิจเจ๊ง ให้ผ่อนจ่าย 30 งวด สาวแพร่ตื้นตันบ้านไม่โดนขายทอดตลาด หลังค้ำประกันแล้วคนกู้ชิ่งหนี

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 65 ที่โรงแรมต้นทอง รีสอร์ต จ.อุตรดิตถ์ มีการจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน และยุติธรรมพบประชาชน จ.อุตรดิตถ์ โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. น.ส.ยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล รองอธิบดีกรมบังคับคดี นางธารินี แสงสว่าง รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ นายโกมล พรมเพ็ง รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายณรงค์ จุ้ยเส่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน
รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นางอัญชลี ภูริวิทย์วัฒนา รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม และประชาชนร่วมงานจำนวนมากจนแน่นงาน โดยก่อนเข้างานมีการคัดกรองโควิด-19 อย่างเข้มงวด

สำหรับ จ.อุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่สำคัญในอดีตและเป็นจุดยุทธศาสตร์ในสนามรบ โดยเฉพาะ อ.พิชัย ซึ่งมีวีรบุรุษที่ชาวอุตรดิตถ์นับถือเป็นอย่างยิ่ง คือ หลวงพิชัยอาสา ที่นำทัพออกรบกู้ชาติในทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสิน และต่อสู้กับข้าศึกจนดาบหัก จนคนทั่วไปรู้จักในนาม พระยาพิชัยดาบหัก และมีคำขวัญประจำจังหวัดว่า เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนดีใจที่ได้เดินทางมาเป็นประธานในงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน และยุติธรรมพบประชาชน ครั้งที่ 26 วันนี้มีเป้าหมายประชาชนที่เข้าร่วมงาน 4,522 ราย ทุนทรัพย์ทั้งสิ้น 438 ล้านบาท ตนเป็นคนชนบทเกิดมาก็เห็นท้องนาท้องไร่ ฝูงวัวฝูงควาย จึงเข้าใจพี่น้องประชาชนในการแก้หนี้ เพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก จึงอยากช่วยอยากทำ จึงไปอบรมเป็นผู้ไกล่เกลี่ยและได้รับใบประกาศ ซึ่งวันนี้เรามีศูนย์ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องทั่วประเทศ 910 แห่ง ผู้ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง 3,176 คน และสำนักงานบังคับคดีช่วยไกล่เกลี่ยหลังฟ้อง 117 แห่ง

จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้มอบเงินเยียวยาผู้เสียหายจากคดีอาญา มอบป้ายศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน และร่วมการไกล่เกลี่ยด้วยตนเอง โดยรายแรกเป็นหนี้ก่อนฟ้อง กยศ.กู้เงินมา 82,000 บาท ส่งมา 20 ปี คงค้างอีก 63,000 บาท โดยทาง กยศ.ให้ผ่อนอีก 144 งวด งวดละ 470 บาท อีกรายเป็นหนี้กรมขนส่งทางบก หลังจากไปประมูลทะเบียนรถยนต์เลขสวยด้วยราคา 140,000 บาท และได้จ่ายเงินมัดจำไว้ 5,000 บาท ต่อมามีปัญหาทางด้านธุรกิจจึงไม่คิดว่าจะเอาทะเบียนแล้ว ทางกรมขนส่งฯ ได้นำทะเบียนไปประมูลใหม่ได้ราคา 44,000 บาท ทำให้ผู้ประมูลรายแรกเป็นหนี้คงค้าง 91,000 บาท กรมขนส่งฯ ให้ผ่อนจ่ายเดือนละ 5,500 บาท 17 งวด ซึ่งผลการเจรจาได้ปรับให้ส่งงวดละ 3,000 บาท 30 งวด

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายสมศักดิ์ และคณะได้เดินทางด้วยรถยนต์ไปยังโรงแรมแพร่นครา จ.แพร่ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเปิดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน และยุติธรรมพบประชาชน จ.แพร่ โดยมี นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายเสกสรร สุขแสง รองอธิบดีกรมบังคับคดี นายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ข้าราชการและประชาชนให้การต้อนรับ

โดยช่วงแรก นายสมศักดิ์ ได้ร่วมงานการขายทอดตลาดทรัพย์สินกองทุนป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดย ป.ป.ส.ภาค 5 มี 156 รายการ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ค้ายาเสพติดอยู่สบายมานานแล้ว รัฐบาลจึงปรับแก้ประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ เน้นการยึดทรัพย์ตัดวงจรและสามารถยึดทรัพย์ย้อนหลัง ตามมูลค่ายาเสพติดได้ถึง 10 ปี โดยบังคับใช้มาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2564 ซึ่งผู้ร่วมประมูลวันนี้ประมูลไม่ได้ไม่เป็นไร เพราะปีหน้าจะมีของให้ประมูลจำนวนที่มากกว่านี้อีก และขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมแจ้งเบาะแสผู้ค้ายา เรามีรางวัลนำจับให้มากถึง 500 ล้านบาท ตนมั่นใจ 1-2 ปีนี้ยาเสพติดจะลดน้อยถอยลงไป เพราะกฎหมายใหม่ที่เข้มงวดมาก

จากนั้นได้เปิดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน โดย จ.แพร่ มีเป้าหมายประชาชนที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ 2,047 ราย ทุนทรัพย์ทั้งสิ้น 265 ล้านบาท และมอบเงินเยียวยาผู้เสียหายจากคดีอาญา มอบป้ายศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน รวมทั้งร่วมการไกล่เกลี่ยด้วยตนเอง โดยรายแรกเป็นหนี้ก่อนฟ้อง กยศ. 142,075 บาท กู้มา 16 ปี ผ่อนไปแล้ว 116,953 บาท เหลือหนี้ 25,122 บาท ผลการเจรจา กยศ. ลดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับให้ 24,801 บาท คงเหลือจ่ายเพียง 321 บาท เพื่อปิดบัญชีโดยทางอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ได้จ่ายปิดบัญชีให้ อีกรายเป็นหนี้หลังถูกฟ้องเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ธนาคารออมสิน โดยคนกู้หนีไปทำให้ถูกยึดบ้านและที่นา กำลังจะถูกขายทอดตลาดในสัปดาห์หน้า และต้องใช้หนี้แทนอีก 124,000 บาท ผลการเจรจาทางธนาคารออมสินให้ผ่อนจ่ายเดือนละ 1,000 บาท และงดการขายทอดตลาด โดยในปี 2566 จะทำการเจรจาสัญญาเงินกู้ใหม่ โดยลูกหนี้ถึงกลับร้องไห้ด้วยความดีใจและกล่าวว่า รู้สึกโล่งใจมากที่จะไม่ถูกยึดบ้านและที่นาไปขายทอดตลาดเพราะเป็นน้ำพักน้ำแรงที่สร้างมา.

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

นายกฯ เยือนเมืองกาญจน์ โพสต์ท่าถ่ายรูป sky walk
04:35

นายกฯ เยือนเมืองกาญจน์ โพสต์ท่าถ่ายรูป sky walk

ApplicationMy Thairath

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2565 เวลา 02:18 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์