“ดีเอสไอ” เปิดยุทธการ “พาลีปราบยา” บุกค้นบ้านพักเครือข่ายค้ายาเสพติด “ทัพพสาร” จ.เชียงราย 3 จุด หลังตามแกะรอยเส้นทางการเงิน มีเงินหมุนเวียนกว่า 1,900 ล้านบาท อายัดสมุดบัญชี 246 เล่ม รถยนต์ 155 คัน โฉนดที่ดิน 232 แปลง รวมมูลค่ากว่า 1,380 ล้านบาท พบผู้ต้องสงสัยเข้าข่ายผิดกฎหมายฟอกเงิน 5 ราย เตรียมร่อนหนังสือผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ชี้แจงที่มาทรัพย์สิน เร่งขยายผลล้างบางทั้งขบวนการ

ดีเอสไอบุกอายัดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดทัพพสาร เปิดเผยเวลา 07.00 น. วันที่ 31 มี.ค. นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มอบหมายให้นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 5 (เชียงใหม่) นำกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมกับตำรวจ สภ.แม่สาย และ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย เปิดยุทธการ “พาลีปราบยา” เข้าตรวจค้นบ้านเครือข่ายยาเสพติดตามคดีพิเศษที่ 32/2564 โดยดีเอสไอได้รับการประสานจาก ป.ป.ส. ให้ตรวจสอบทรัพย์สิน จำนวน 3 จุด

จุดแรกตรวจค้นบ้านเลขที่ 600/43 หมู่ 8 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ปลูกอยู่ในพื้นที่ ประมาณ 100-150 ตารางวา เป็นบ้านของนายดนัย ทะอุ่น อายุ 45 ปี อาศัยอยู่กับภรรยา อายัดสมุดบัญชีหลายเล่ม แต่ละบัญชีใช้ชื่อผู้เปิดบัญชีต่างกัน พร้อมอายัดโฉนดที่ดินหลายฉบับ รวมถึงรถยนต์ รถ จยย. และทรัพย์สินหลายรายการ เบื้องต้นทั้งคู่ให้การปฏิเสธ นอกจากนี้เข้าตรวจค้นพื้นที่อีก 2 จุดคือ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย และ ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน ยึดหลักฐานได้จำนวนหนึ่ง มีผู้ต้องสงสัยเข้าข่าย กระทำความผิดกฎหมายฟอกเงิน 5 ราย เป็นเครือข่าย ยาเสพติดทัพพสาร

...

นายธานินทร์เปิดเผยว่า การบุกค้นบ้านเครือข่ายยาเสพติด 3 จุด เนื่องจากพบเส้นทางธุรกรรมการเงินและมีเงินหมุนเวียนกว่า 1,900 ล้านบาท เจ้าหน้าที่เข้าอายัดทรัพย์สินเพื่อไปตรวจสอบ ประกอบด้วย บัญชีธนาคาร 246 บัญชี รถยนต์และรถ จยย. 155 คัน มูลค่าประมาณ 130 ล้านบาท โฉนดที่ดิน 232 แปลง มูลค่าประมาณ 1,250 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งหมด 1,380 ล้านบาท

เครือข่ายยาเสพติดรายนี้เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ใช้การโอนเงินซื้อขายผ่านบัญชีธนาคาร นำเงินไปแปลงเป็นทรัพย์สินและที่ดินเพื่อฟอกเงิน โดยเฉพาะที่ดินที่มีมูลค่ามากที่สุดในบรรดาทรัพย์สินทั้งหมด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหลักฐานขยายผลไปยังเครือข่ายที่เหลือ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะส่งหนังสือเรียกบุคคลที่ถือครองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งหมดมาชี้แจง หากไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้จะดำเนินการทางกฎหมายตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ยึดทรัพย์เพื่อนำเข้ากองทุนป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งจะเร่งดำเนินคดีกับเครือข่ายที่ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และประมวลรัษฎากรฐานหลีกเลี่ยงภาษีอีกด้วย