หนุ่มลูกครึ่ง ยังมีความหวังได้เจอพ่อชาวญี่ปุ่น ที่หายตัวไปอย่างลึกลับขณะไปเที่ยวดอยอินทนนท์ด้วยกันเมื่อ 4 ปีก่อน ล่าสุดมูลนิธิกระจกเงา ประสานกองทัพอากาศ อุทยานฯ ตำรวจป่าไม้ออกค้นหาอีกครั้ง
จากกรณี มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยถึงการหายตัวไปของ นายคินยา นาคามูระ อายุ 82 ปี ชายชาวญี่ปุ่น ลักษณะรูปร่างผอม สูง 168 เซนติเมตร ผิวสีขาว ผมสั้น สีผมดำ-ขาว ฟันกรามด้านในอุดด้วยโลหะทองคำขาว การแต่งกาย สวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีฟ้า-ขาว สวมกางเกงขายาวสีครีม เข็มขัดสีน้ำตาลแดง รองเท้าสีดำยี่ห้อ FILA สวมหมวกแก๊ปสีดำเขียนว่า DUNLOP มีกระเป๋าสะพายข้างสีเขียวขี้ม้า สวมนาฬิกาข้อมือโลหะ ออกจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2561 ผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้ง มูลนิธิกระจกเงา โทร. 095-631-1914
ในเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ไปติดตามความคืบหน้าที่บ้านเลขที่ 340/55 หมู่บ้านสวนเสือปาล์มฮิลล์ ม.6 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พูดคุยกับนายชิญญา นาคามูระ อายุ 33 ปี วิศวกรโรงงาน ในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทองสาม บุตรชายของนายคินยา นาคามูระ ซึ่งติดตามหาพ่อชาวญี่ปุ่นที่หายตัวไป 4 ปี ที่ดอยอินทนนท์
นายชิญญา นาคามูระ เปิดใจว่า คุณพ่อเป็นคนญี่ปุ่น และเป็นวิศวกรที่เดินทางไปทั่วโลก จนกระทั่งมาพบกับแม่และได้เริ่มปักหลักปักฐานซื้อบ้านกันที่ อ.ศรีราชา โดยตอนเด็กๆ ปีหนึ่งจะเจอพ่อสามเดือนครั้ง ครั้งละประมาณ 7 วัน ตนเกิดที่ไทย พูดได้แต่ภาษาไทย ส่วนพ่อพูดแต่ภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ พ่อพยายามเรียนภาษาไทยพูดได้นิดหน่อยเพื่อไว้คุยกับตน เวลาคุยกันไม่รู้เรื่องพ่อจะยิ้ม แต่ส่วนใหญ่ก็จะรู้ความหมายกัน แม้จะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันแต่ก็ติดต่อกับคุณพ่ออยู่ตลอด
"เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2561 ทางครอบครัวและพ่อ รวม 7 คน ได้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปจ.เชียงใหม่พักที่โรงแรมบริเวณท่าแพ ต่อมาในวันที่ 9 เมษายน เราได้เดินทางไปที่ ดอยอินทนนท์ เพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระธาตุ แต่พอเสร็จจากจุดไหว้ ผมและพ่อได้เดินเท้าต่อไปที่สวนดอกไม้ เพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ส่วนครอบครัวได้กลับไปรอที่รถตู้ ซึ่งในจังหวะเพียงไม่กี่นาที ขณะที่เก็บกล้องใส่กระเป๋า พอหันมาอีกที คุณพ่อที่ยืนให้ถ่ายรูปกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตอนนั้นตกใจมาก รีบติดตามหาพ่อ ทั้งบนดอยและตามตลาดในตัวเมืองทั้งวัน จนกระทั่งประสานเจ้าหน้าที่ และมาทราบภายหลังว่า พ่อนั่งรถโดยสารสีเหลืองลงไปจุดแม่ปาง และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งจุดที่ตามหาตัวเริ่มกว้างขึ้น ส่งผลให้การหาตัวค่อนข้างยากลำบาก ผ่านไปหลายวัน คนในครอบครัว รวมถึงเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในพื้นที่เชียงใหม่ที่มาช่วยค้นหาก็ยังไม่พบพ่อ"
...
นายชิญญา กล่าวอีกว่า ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมาตนเองยังคงตั้งความหวังไว้ ว่าจะพบหน้าพ่ออีกครั้ง ไม่ว่าที่ใดที่หนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ยังเชื่อว่าพ่อยังมีชีวิต หวังว่าสักวันเราจะได้พบกัน อย่างไรก็ตาม ตนไม่ใช่คนรวย การตามหาแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายเป็นหลักหมื่น รู้สึกเกรงใจหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่เชียงใหม่ จนกระทั่งล่าสุดได้นำเรื่องราวไปขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิกระจกเงา และทางมูลนิธิ ก็ให้การช่วยเหลือที่จะพาไปยังดอยอินทนนท์อีกครั้งเพื่อประชุมหารือร่วมกับ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กองทัพอากาศ ตำรวจป่าไม้ (ปทส.) มีความเห็นร่วมกันว่าจะทำการค้นหาในจุดที่คุณพ่อคินยาหายตัวไปอีกครั้ง ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่จะถึงนี้ ซึ่งก็หวังว่าจะได้พบพ่อ