"สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย" แนะนำแนวการประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริ มาเป็นแนวทางขับเคลื่อน เพื่อพัฒนาสหกรณ์อย่างยั่งยืน ประยุกต์ใช้ในการจัดทำแผนการยกระดับสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง-มีคุณภาพ สร้างคนกับสิ่งแวดล้อม อยู่กันแบบเกื้อกูล

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.65 นายมาโนชย์ มิ่งขวัญธารากุล ประธานสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จำกัด จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สมาชิกสหกรณ์จะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ เดิมทำไร่แบบหมุนเวียน ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการปลูกพืชผักเมืองหนาว ฟักทอง เสาวรส และไม้ให้ผลชนิดยืนต้น เช่น อโวคาโด

"ขอขอบคุณสหกรณ์และโครงการหลวงที่ให้การสนับสนุน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้สนับสนุนตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว และพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 10 ที่ทรงสืบสานต่อจากรัชกาลที่ 9 ทำให้พวกเราได้อยู่ดีกินดี ได้รู้จักอาชีพที่มั่นคง จากเศรษฐกิจพอเพียง อยู่อย่างพอเพียง คือ ไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่น หรือว่าใช้กินในสิ่งที่เราปลูก ทำในสิ่งที่เรารัก ทำให้บ้านเกิดเมืองนอนมีอาชีพที่ยั่งยืนขึ้นและมีฐานะที่มั่นคงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาก็ดี โดยเฉพาะเรื่องการเกษตร เพราะว่าชาวบ้านแถวนี้พื้นฐานมาจากเกษตรกรอยู่แล้ว ในส่วนนี้ที่ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือมาโดยตลอด ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แล้วก็ต้องขอขอบคุณจากใจของประชาชน" นายมาโนชย์ กล่าว

ด้าน นายบรมัตถ์ ทิพกนก ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 7 อ.สบเมย สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้นำองค์ความรู้จากโครงการหลวงเข้ามาขยายผลในพื้นที่ภายใต้แนวทางการรักษาป่า ไม่เผาไม่บุกรุกทำลาย พร้อมสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับผืนป่าด้วยการปลูกพืชเศรษฐกิจในร่มเงาต้นไม้ใหญ่ เช่น กาแฟ อีกทั้งยังได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกสหกรณ์ปลูกต้นหมาก เพื่อจำหน่ายลูกและนำกาบหมากมาผลิตเป็นภาชนะ เช่น ถ้วย ชาม สำหรับใส่อาหาร แทนการเอาไปเผาสร้างมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อม ขณะที่ลูกหมากมีตลาดรองรับที่แน่นอน เนื่องจากสหกรณ์อยู่ใกล้กับศูนย์อพยพชาวพม่า ที่นิยมบริโภคหมาก" นายบรมัตถ์ กล่าว

ด้าน นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกณ์ เปิดเผยว่า การส่งเสริมสหรณ์ในทื้นที่โครงการหลวง ทางกรมฯได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 9 ต่อเนื่องต่อยอดมาจนถึงรัชกาลที่ 10 มีการสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด เครื่องมือด้านการผลิตและแปรรูป เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้กับสมาชิกในสหกรณ์โครงการหลวง ทำให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น และในปัจจุบันได้ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆอย่างต่อเนื่อง

"กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ส่งเสริมให้ความรู้ เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการดำเนินงานสหกรณ์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์กำหนด และร่วมกันวางแผนการผลิตให้ได้มาตรฐาน ตามที่โครงการหลวงกำหนด ควบคู่การพัฒนา และปรับปรุงกระบวนการคิดการออกแบบการผลิต การแปรรูปสินค้า และบรรจุภัณฑ์ของสหกรณ์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้โดดเด่น" นายวิศิษฐ์ กล่าว

นายวิศิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในทุกปีกรมฯจะจัดประกวดสหกรณ์และบุคคลดีเด่นในพื้นที่โครงการหลวงขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของเกษตรกร สมาชิก และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการหลวง และเพื่อเป็นการสนับสนุนการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติใช้ในสหกรณ์ โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ แบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการดำเนินงานสหกรณ์  เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ตามที่กรมฯกำหนด พร้อมร่วมกันวางแผนการผลิตให้ได้มาตรฐาน ตามที่โครงการหลวงกำหนด พัฒนาและปรับปรุงกระบวนการคิด การออกแบบ การผลิตการแปรรูปสินค้า และบรรจุภัณฑ์ของสหกรณ์ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้โดดเด่นอย่างทันสมัย

"กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้แนะนำส่งเสริม ให้ความรู้เรื่องการนำแนวการประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริ มาเป็นแนวทางการขับเคลื่อน เพื่อพัฒนาสหกรณ์อย่างยั่งยืน (บันได 7 ขั้น) มาประยุกต์ใช้ในการจัดทำแผนการยกระดับสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง มีบุคลากรที่มีคุณภาพ มีองค์ความรู้ในการดำเนินธุรกิจ มีระบบการบริหารการจัดการที่ดี รวมถึงการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบริการทางธุรกิจเป็นที่พึ่งของสมาชิกสหกรณ์ และยกระดับสหกรณ์ให้ดีขึ้น" นายวิศิษฐ์ กล่าว

สำหรับสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จำกัด มีจุดสำคัญที่ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของสหกรณ์ คือ การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรสมาชิกที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยพืชหลักที่เกษตรกรปลูกประกอบด้วย ข้าวไร่ พริกกะเหรี่ยง เสาวรส กาแฟใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ทำให้การดำรงชีวิตแบบอยู่ป่าไม้ได้อย่างสมดุล และนับเป็นพื้นที่ตัวอย่างของ จ.แม่ฮ่องสอน หรือสบเมยโมเดล "คนอยู่กับป่า" ได้เป็นอย่างดี