ทหารพม่าระดมยิงอาวุธหนักปะทะกะเหรี่ยงอย่างดุเดือด มีชาวบ้านพม่าอพยพ 2,500 คน บาดเจ็บหลายราย จนท.ฝ่ายความมั่นคงยังจับตาสถานการณ์ หลังกระสุน ค.81 ลอยมาตกในฝั่งไทย ในไร่อ้อยที่ อ.แม่สอด
ชาวบ้านฝั่งประเทศเมียนมาและคนไทยรวมจำนวน 2,500 คน อพยพหนีทะลักเข้าไทยหลังการยิงปะทะของทหารเมียนมากับกองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยูยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์เช้านี้ยังไม่น่าไว้วางใจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นอำเภอแม่สอดนำกำลังจัดระเบียบผู้หนีภัยสงครามที่นอนกลางสนามฟุตบอลโรงเรียนใกล้แนวชายแดนไทย-เมียนมา อย่างเข้มงวดตามมาตรการโควิด ล่าสุดเปิดฉากยิงอาวุธหนักระลอกเช้าแล้ว
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2564 สถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลเมียนมา ชุดกองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 560 ยิงปะทะกับทหารกองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยู จากกองพันที่ 27 กองพลน้อยที่ 6 ซึ่งทหารทั้งสองฝ่ายเปิดฉากการยิงปะทะกันอย่างหนักด้วยอาวุธปืนเล็กยาวประจำกายและเครื่องยิงลูกระเบิดหลายขนาด ซึ่งเป็นการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดเกือบตลอดเมื่อวานผ่านมา จนเสียงปืนสงบลงชั่วคราวเมื่อเวลาเที่ยงคืนของรุ่งเช้าวันนี้ ซึ่งพื้นที่จุดยิงปะทะอยู่ที่บริเวณบ้านมอโค๊ะกะเล เขตจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านซึ่งเป็นจุดกระสุนตกในประเทศฝั่งเมียนมาจำนวนมากกว่า 2,500 คน ซึ่งมีทั้งเด็กเล็กและผู้หญิงและผู้สูงอายุต้องทิ้งบ้านเรือนของตนเองรีบวิ่งหนีกระสูนปืนของทั้งสองฝ่ายขอข้ามแม่น้ำเมยที่กั้นพรมแดนระหว่างสองประเทศ หนีตายมาหลบหนีภัยสงครามชั่วคราวในเขตชายแดนอำเภอแม่สอดกันแบบโกลาหล
...
หลังจากมีชาวบ้านฝั่งประเทศเมียนมาอพยพมาครั้งเดียวถึง 2,500 คน ก็พบว่ามีคนไทยที่ทำงานในฝั่งเมียนมาอีกจำนวน 56 คน ได้หลบหนีตายจากการยิงปะทะเข้ามาในพื้นที่แม่สอดรวมอยู่ด้วย ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนไทยที่หลบหนีข้ามฝั่งมา ไปกักตัวที่สถานที่กักตัวของรัฐในตัวเมืองแม่สอด เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ส่วนชาวบ้านสัญชาติเมียนมาทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่นำตัวไปรวมกันอยู่ในพื้นที่รองรับผู้หนีภัยสงครามชั่วคราวที่บริเวณสนามฟุตบอลของโรงเรียนบ้านชุมชนบ้านแม่ตาวกลาง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยและอยู่ห่างจุดแนวชายแดนไปกว่า 6 กิโลเมตร
รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ยาวมาถึงรุ่งเช้าวันนี้ผู้อพยพทั้งหมดนี้ได้คนนอนพักอาศัยอยู่กลางสนามฟุตบอล โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นอำเภอแม่สอดและภาคเอกชนได้นำสิ่งของจำเป็นทั้งเครื่องนุ่งห่มกันหนาว และกางเต็นท์ให้ผู้หนีภัยสงครามได้นอนพักอาศัยเป็นการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมเบื้องต้น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านยังช่วยกันเปิดโรงประกอบอาหารชั่วคราวที่วัดย่านกลางหมู่บ้านใกล้กับจุดรองรับผู้หนีภัยสงคราม เพื่อประกอบอาหารเลี้ยงผู้หนีภัยสงคราม ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเข้มงวด โดยห้ามไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่รองรับผู้หนีภัยสงคราม ท่ามกลางมาตรการทางด้านสาธารณสุขในเรื่องการป้องกันโควิด-19 ที่อาจจะมากับผู้หนีภัยการสู้รบได้
...
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. กองกำลังทหารทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากใช้อาวุธหนักหลายชนิดระดมยิงใส่กันและเป้าหมายพลาดตกใส่บ้านพลเรือน และมีรายงานมีชาวบ้านในฝั่งเมียนมาในจุดปะทะถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บหลายราย นอกจากนี้หลังการยิงปะทะระลอกเช้านี้ ล่าสุดส่งผลทำให้มีชาวบ้านชาวเมียนมาอพยพหนีตายข้ามแม่น้ำเมยเข้ามาในพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนอำเภอแม่สอดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 และฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ได้เข้าตรึงกำลังตลอดแนวชายแดนแม่สอด และห้ามไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปในพื้นที่ใกล้จุดแนวปะทะ บริเวณจุดเสี่ยงอย่างเด็ดขาด หลังเมื่อวานมีกระสุนปืน ค.81 มม. จำนวนหนึ่งลูกลอยข้ามมาตกกลางไร่อ้อยฝั่งประเทศไทย แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน พร้อมเฝ้าจับตาติดตามสถานการณ์การสู้รบตลอดทั้งวันนี้.