ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ปางช้างที่เคยใหญ่สุดเปิดมานานกว่า 53 ปี ประกาศปิดตัวไม่มีกำหนดตั้งแต่ 1 ต.ค. 64 ผู้บริหาร เผยสาเหตุจากพิษโควิดยาวนาน หมดเงินทุนบริหาร พินัยกรรมก็ยังวุ่น


ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่มีช้างกว่า 70 เชือกเป็นปางช้างที่เคยได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ปรากฏว่าเมื่อสิ้นนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา ได้เสียชีวิตเมื่อปลายปี 2562 ได้เกิดปัญหาในการแบ่งมรดกพินัยกรรมไม่ลงตัวมีการฟ้องร้องระหว่างเครือญาติ โดยปางช้าง ทางนางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุตรสาวคนโต ที่มีหุ้นในการบริหารปางช้างและมีความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงช้างเป็นอย่างดี ได้บริหาร แต่เกิดปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยวเป็นศูนย์ ทางปางช้างได้เปลี่ยนระบบการบริหารปางช้างจากการเก็บค่าผ่านประตูและเลี้ยงช้างแบบมีการแสดงช้าง ต้องยกเลิก และหันมาเลี้ยงแบบอนุรักษ์ปลดโซ่ ปลดตะขอ และเปิดให้เข้าชมช้างฟรี เพื่อจะได้มีอาหารช้างจากนักท่องเที่ยวที่ซื้อตะกร้าเลี้ยงช้างแทน

แต่ปรากฏว่าทั้งสถานการณ์โควิด-19 และการพิพาทในการจัดแบ่งมรดกที่ไม่ลงตัว ถึงขั้นมีการนำชีวิตช้างทั้ง 70 เชือกเป็นเป็นตัวประกัน ซึ่งการดำเนินการต่อสู้ในช้างอยู่รอดมาได้กว่า 2 ปี จนมาถึงทางตันเมื่อเงินที่ใช้บริหารปางช้างหมดลง แม้จะมีการกู้หนี้ยืมสินมาประคองกว่า 60 ล้านบาท ก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปเนื่องจากหมดเงิน ทางควาญช้างและพนักงานไม่ได้เงินเดือนมา 3 เดือน ออกมาประท้วงประกาศเส้นตายภายใน วันที่ 30 ก.ย. 64 มีการชุมนุมขอให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ แต่เหตุการณ์ยังไม่ดีขึ้น

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 ก.ย.นี้ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ได้ออกมาประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ประกาศปิดปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จนกว่าจะแก้ไขสถานการณ์ภายในได้อย่างมีเสถียรภาพ ลงชื่ออัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ผู้ถือหุ้น 53% ของ บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด ซึ่งข่าวดังกล่าวได้สร้างความตกใจให้ผู้ติดตามในเรื่องนี้และในวงการช้างซึ่งถือว่าปางช้างแม่สาเป็นปางที่ใหญ่ที่สุดต้องประกาศปิดตัวลง

จนถึงเวลา 17.00 น. วันที่ 30 ก.ย. 64 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ถามนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ว่ามีการปิดตัวปางช้างแม่สา เท็จจริงอย่างไร นางอัญชลี กล่าวว่า เป็นข้อเท็จจริง เนื่องจากทางควาญช้างและเจ้าหน้าที่บางส่วนได้ลาออกตามข้อเรียกร้อง และตนรอขั้นตอนทางราชการที่จะเข้ามาช่วยไม่ทันการณ์แล้ว ถึงแม้ตนจะประกาศขายบ้าน 1 หลังในราคา 3 ล้านกว่าบาทเพื่อจะนำเงินมาประคองปางช้างที่บิดาตนก่อตั้งมายาวนานถึง 45 ปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้ตนหมดทางที่จะพึ่งใคร โดยเฉพาะในเรื่องการฟ้องร้องในเรื่องสมบัติของบิดาในหมู่ญาติก็มีการดึงเรื่องให้ยืดยาวออกไป ยอมรับว่ามีเงินจำนวน 18 ล้านบาท ที่เป็นเงินของบิดาที่อยู่ในธนาคาร ที่จะต้องนำมาใช้ประคอง

ผู้บริหารปางช้างแม่สา กล่าวด้วยว่า แต่ปรากฏว่าผู้บริหารบางคนไม่ยอมเซ็นร่วม และยังมีการออกข่าวว่า หากไม่มีเงินบริหารก็ให้ออกไป ตนขอบอกว่าเรื่อง การบริหารปางช้างแม่สา ตนทำได้อยู่แล้ว แต่ตนยอมรับว่าขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือเงินหมด จากกระแสการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่เนิ่นนานเกินไป และตนรับปากควาญช้างและพนักงานว่าจะหาเงินมาจ่ายเงินเดือน 3 เดือน แต่ก็ไม่สามารถหาได้ ตนจึงได้ระบายความจริงที่เกิดขึ้น 17 ข้อให้คนปางช้างแม่สาทราบได้รับทราบข้อเท็จจริง แล้วจึงขอประกาศปิดปางช้างแม่สา อย่างไม่มีกำหนด และสำหรับช้างที่เหลืออยู่ 70 เชือก เมื่อมีควาญช้างไม่เพียงพอ ก็ต้องหันมาใช้โซ่ล่ามไว้เหมือนเดิม หลังจากประกาศเลิกใช้โซ่ใช้ตะขอไปนานนับปีแล้วเพื่อเลี้ยงในแบบอนุรักษ์ช้างไทย.