หลานสาวใจสลายพาคุณยายวัย 95 ฉีดซิโนแวค ก่อนจะเกิดอาการหัวใจเต้นเร็ว ถัดมา 2 วัน เสียชีวิต แพทย์ลงความเห็นหลอดเลือดหัวใจอุดตัน พร้อมถามแอสตรา-ไฟเซอร์ หายไปไหน ชี้ ซิโนแวค ทำกลุ่มเปราะบางเสี่ยงตาย ร้อง สธ. ต้องวางแผนวัคซีนกลุ่มผู้สูงวัยให้รอบคอบกว่านี้


เมื่อวันที่ 11 ส.ค.64 นางสาวนริน นทัยธีติ อายุ 36 ปี เปิดเผยถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัว หลังจากพา นางเขียว แสนใจกล้า คุณยายวัย 95 ปี ไปฉีดวัคซีนซิโนแวคป้องกันโควิด-19 ก่อนที่คุณยายจะเสียชีวิตหลังจากนั้นเพียงสองวัน โดยขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นกรณีศึกษา หวังให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาอย่างรอบคอบกับแผนฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้สูงอายุ

นางสาวนริน เปิดเผยว่า ทุกคนในครอบครัวได้ลงทะเบียนของสิทธิ์ฉีดวัคซีนผ่านช่องทาง “ก๋ำแปงเวียง” ของจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ด 30 กรกฎาคม มีข้อความแจ้งมาทางโทรศัพท์แจ้งว่าคุณยายจะได้ฉีดวัคซีนก่อน เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุอยู่ในกลุ่มเปราะบาง ตอนแรกที่จองสิทธิ์ระบุว่าจะได้ฉีดแอสตราเซเนกาทั้งสองโดส แต่ปรากฏว่าภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงเป็นวัคซีนแบบไขว้ เข็มแรกเป็นซิโนแวค เข็มสองเป็นแอสตราเซเนกา ทำให้เกิดความลังเล เนื่องจากคุณยายอายุมาก และมีโรคประจำตัวหลายโรค

นางสาวนริน บอกว่า เมื่อ 5 ปีก่อน คุณยายป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และสองปีที่ผ่านมาพบมีภาวะปอดผิดปกติ ทำให้ป่วยติดเตียง และใช้เครื่องช่วยหายใจ ทำให้ครอบครัวตัดสินใจย้ายจากกรุงเทพมหานครมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้อยู่ใกล้หมอ ใกล้โรงพยาบาล เพื่อดูแลรักษา ขณะที่ตนเองได้เข้าเรียนหลักสูตรการดูแลผู้ป่วยสูงอายุที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อดูแลคุณยายโดยเฉพาะ ซึ่งตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา อาการของคุณยายอยู่ในระดับคงที่มาโดยตลอด

...



เมื่อได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลหางดงให้คุณยายเข้ารับการฉีดวัคซีน ตอนแรกก็ลังเลเพราะคุณยายอายุมาก กลัวจะมีผลข้างเคียง แต่เนื่องจากพบว่าเพื่อนบ้านใกล้เคียง 4 – 5 เริ่มติดเชื้อโควิด-19 ประกอบกับคนในบ้านก็ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน จึงปรึกษาแพทย์ที่ให้การรักษาคุณยาย ซึ่งคุณหมอบอกว่าวัคซีนทุกยี่ห้อมีความเสี่ยง แต่ก็จะต้องเลือกว่าจะเสี่ยงกับผลข้างเคียงวัคซีน หรือเสี่ยงกับการติดเชื้อโควิด-19 ในที่สุดตัดสินใจพาคุณยายไปฉีดวัคซีนในช่วงบ่ายวันที่ 31 สิงหาคม

“หลังฉีดวัคซีนประมาณ 1 ชั่วโมง พบว่าคุณยายมีอาการหัวใจเต้นเร็วขึ้น มีอาการตื่นเต้นตลอดเวลา มีการเรียกหาลูกหลานบ่อยครั้งซึ่งปกติไม่มีอาการแบบนี้ จึงให้คุณยายดื่มน้ำ รุ่งขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม อาการก็ยังเหมือนเดิม จนถึงช่วงตีหนึ่งเข้าไปพลิกตัวก็ตื่นอยู่ จนกระทั่งเวลาประมาณตีห้าก็พบว่าหมดลมหายใจ เสียชีวิตไปแล้ว โดยผลชันสูตรระบุว่าสาเหตุเสียชีวิตมาจากหลอดเลือดหัวใจอุดตัน แต่แพทย์ไม่สามารถระบุได้ว่าอุดตันเกิดจากอะไร แพทย์ไม่มีสิทธิรับรองว่ามาจากการฉีดวัคซีนหรือไม่” หลานสาว กล่าว

นางสาวนริน เชื่อว่า สาเหตุการเสียชีวิตเป็นผลร่วมจากการฉีดวัคซีนซิโนแวค หากไม่ฉีดก็คงไม่เสียชีวิต การตัดสินใจที่ผิดพลาดของลูกหลาน กลายเป็นตราบาปที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต ส่วนที่ออกมาเปิดเผย เพราะต้องการเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขหรือรัฐบาล พิจารณาการบริหารวัคซีนสำหรับกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง การจะให้ฉัดวัคซีนอะไรจะต้องมีการวิจัยที่ชัดเจนก่อนว่าปลอดภัย จะได้ไม่เกิดความสูญเสียแบบนี้ไปอีกไม่จบสิ้น โดยเชื่อว่าจะมีผู้เสียชีวิตในลักษณะเดียวกันกับคุณยายอีกหลายคน

นอกจากประเด็นวัคซีน นางสาวนริน ยังเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขมีระบบช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง เพราะกรณีคุณยายที่ป่วยติดเตียง ไม่มีหน่วยงานไหนส่งรถมารับ ทางครอบครัวต้องไปจ้างรถพยาบาลเอกชนรับส่งเอง และหลังจากเสียชีวิตที่บ้าน มีแพทย์มาสวอบเก็บเชื้อไปตรวจหาโควิด-19 แต่ปรากฏว่าทางตำรวจและทางโรงพยาบาลบอกว่าไม่มีรถนำส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาล ทางครอบครัวก็ต้องจ้างรถพยาบาลเอกชนมารับศพไปและต้องถือกล่องเก็บตัวอย่างเชื้อไปส่งที่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้มีพระครูธีรสุตพจน์ (พระมหาสง่า) เจ้าอาวาสวัดผาลาด อ.เมืองเชียงใหม่ เข้ามาช่วยเหลือแนะนำแทนที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สะท้อนถึงการจัดการระบบสาธารณสุขที่ล้มเหลว.