หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.เพชรบูรณ์ รุดปลอบขวัญ และแจ้งสิทธิประโยชน์ ครอบครัวแรงงานชายไทย วัย 43 ปี ถูกจรวดยิงใส่ เสียชีวิตที่อิสราเอล ลูกสาวเผย น้ารู้ข่าวมีคนไทยตาย รีบโทรไปหา ทราบจากเพื่อนคนงานว่าพ่อโดนระเบิดเสียชีวิตแล้ว วอนช่วยนำศพกลับบ้านด้วย


วันที่ 19 พ.ค. จากกรณีแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอลถูกจรวดที่ยิงมาโจมตี เสียชีวิต 2 คน โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตชื่อ นายวีระวัฒน์ การุณบริรักษ์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 8 ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

โดยช่วงสายของวันนี้ได้มี 3 หน่วยงานของจังหวัดเพชรบูรณ์รุดไปให้กำลังใจพร้อมให้คำแนะนำถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับจากภาครัฐ โดย น.ส.วรารัตน์ การุณบริรักษ์ อายุ 21 ปี บุตรสาวผู้ตาย เปิดเผยว่า ทราบข่าวว่าพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 18 พฤษภาคม โดยน้องสาวของพ่อที่อยู่ที่ จ.ชัยนาท เห็นข่าวว่าแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลเสียชีวิต 2 ราย จึงโทรศัพท์ไปหาพ่อ แต่ก็ไม่มีใครรับ จึงได้โทรศัพท์ไปหาน้องชายของพ่อให้ช่วยโทรหาพ่อ และทราบจากเพื่อนร่วมงานของพ่อที่ประเทศอิสราเอลว่า พ่อถูกจรวดที่ยิงมาตกใส่เสียชีวิตแล้ว

ขณะที่แม่เมื่อทราบข่าว ได้เกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง ร้องไห้เสียใจอย่างมาก จึงอยากให้ภาครัฐช่วยนำศพของบิดากลับมาที่บ้านโดยเร็ว เพื่อจะได้ประกอบพิธีทางศาสนา โดยขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานจากกระทรวงต่างประเทศติดต่อมาเพื่อแจ้งข่าวหรือความคืบหน้าอะไร มีเพียงหน่วยราชการในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ให้คำแนะนำเรื่องสิทธิประโยชน์เท่านั้น

นางศรีเสาวลักษณ์ ศรีคชินทร์ จัดหางานจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ช่วงสายวันนี้ได้เข้าพบพูดคุยกับภรรยาของนายวีระวัฒน์ ชื่อน.ส.เรือนรัตน์ แซ่ลี้ อายุ 41 ปี ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีบุตรสาว 2 คน อายุ 21 ปี และ 12 ปี สำหรับนายวีระวัฒน์ได้ทำสัญญาไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล มีกำหนด 3 ปี เดินทางไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 จะครบกำหนดสิ้นสุดสัญญา และเดินทางกลับในช่วงเดือนตุลาคมปีนี้ โดยผู้ตายเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ตามกฎหมายก็จะได้รับเงินตามสัญญาเป็นเงิน 40,000 บาท

...

ทั้งนี้ สำนักงานจัดหางานจะเร่งรัดดำเนินการช่วยเหลือติดตามเอกสารต่างๆ รวมถึงใบมรณบัตรจากประเทศอิสราเอล เพื่อนำมาประกอบการส่งเรื่องให้กรมฯพิจารณาสั่งจ่ายเงินให้แก่ทายาทผู้ตายโดยเร็ว

ส่วนการรับศพ ได้แจ้งกับญาติผู้ตายว่า เที่ยวบินจากประเทศอิสราเอลมีวันละ 2 เที่ยว ไม่แน่ใจว่าจะได้รับศพในช่วงใด และต้องรอให้กระทรวงต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการ

ขณะที่ นายอำพัน เอกทัตร แรงงานจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ผู้ตายเป็นบุตรคนที่ 5 จากพี่น้อง 7 คน สิทธิ์ที่จะได้รับคือ 1.ค่าจ้างค้างจ่ายจากนายจ้าง หรือเงินเดือนส่วนที่ยังไม่ได้รับ 2.เงินประกันสังคมของไทยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 3.เงินกองทุนช่วยเหลือแรงงานไปทำงานต่างประเทศ 4.เงินค่าตอบแทนจากประกันสังคมแห่งชาติอิสราเอล ซึ่งในข้อนี้หน่วยงานจะรับช่วยเหลือไปติดตามให้ ส่วนสำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศต้องตั้งทนายฟ้องร้องดำเนินคดีจากประเทศอิสราเอล และเมื่อได้เงินตามข้อเรียกร้องแล้วทางกระทรวงแรงงานจากจะมอบหมายให้สำนักงานแรงงานจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นผู้นำจ่าย

น.ส.สุจิตรา สุขวรรธก ประกันสังคมจังหวัดเพชรบูรณ์ เผยว่า เบื้องต้นได้นำผ้าห่มไปมอบให้ญาติผู้ตายจำนวน 2 ผืน พร้อมให้กำลังใจ ได้ตรวจสอบสิทธิ์พบว่าผู้ตายเคยเป็นผู้ประกันตนขณะทำงานอยู่ที่บริษัทชีวาศรม ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และเป็นผู้ประกันตนช่วงปี พ.ศ.2549-2559 แต่ยุติการส่งเงินเข้ากองทุนตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. 59 เงินที่ผู้ตายจะได้รับคือ 1.เงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 38,569.30 บาท เมื่อรวมกับผลประโยชน์ตอบแทนหรือดอกเบี้ยแล้วจะได้รับรวมเป็นเงิน 54,798.81 บาท นอกจากนั้นยังมีเงินจากกองทุนช่วยเหลือแรงงานไทยไปต่างประเทศของกระทรวงแรงงานเป็นเงินประมาณ 8 หมื่นบาท โดยทายาทผู้ตายมีทั้งสิ้น 5 คนคือ พ่อ แม่ ภรรยา และลูกสองคน ซึ่งจะสามารถมอบได้ภายใน 5 วันทำการ.