โควิด-19 ระบาดอย่างน่ากลัวขนาดนี้ บางคนยังไม่ค่อยสำนึก ใช้ชีวิตในความเสี่ยง? แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าการละเลยของตัวเอง มันไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์!
ประเด็นสำคัญที่เป็นปัญหาใหญ่และยังเจออยู่ถึงทุกวันนี้คือพวกปกปิดข้อมูล ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ตัวอย่างมีให้เห็นเพียบ อาทิ รพ.แม่สาย จ.เชียงราย ผลจากผู้ป่วยปกปิดข้อมูลแล้วมาตรวจพบทีหลังว่าติดเชื้อ
โควิด-19 ทำให้บุคลากรการแพทย์ต้องกักตัว 88 คน รพ.สามพราน จ.นครปฐม ผู้ป่วยปกปิดข้อมูลบุคลากรการแพทย์ ต้องกักตัว 40 คน รพ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ผู้ป่วยปกปิดข้อมูล บุคลากรการแพทย์ต้องกักตัว 7 คน เป็นต้น
เพราะปัญหาการปกปิดข้อมูลนี้ ทำให้บุคลากรการแพทย์ที่ขาดแคลน การปฏิบัติหน้าที่ตึงมืออยู่แล้ว หายไปจากระบบอีกบานตะเกียง!
งานที่หนักอยู่แล้ว ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก?!
ที่แย่กว่านั้น ยังมีพวกที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งที่ตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องกักตัว ยังสุมหัวกิน เที่ยว เล่น ตามอำเภอใจ
เช่น กรณีคลิปที่เผยแพร่พฤติกรรมกลุ่มหญิงสาวสภาพเมาแอ๋ ไปโวยวายบุคลากรการแพทย์ที่ รพ.ภูพิงค์ อ้างว่า
ตัวเองถูกของมีคมบาดแต่หมอไม่ยอมรักษา!?
หวังให้ชาวเน็ตเอาทัวร์ไปลงบุคลากรการแพทย์ แต่หลังได้รับการชี้แจงว่า ผู้บาดเจ็บเป็นกลุ่มเสี่ยงระหว่างกักตัว แต่เมาทะเลาะกันจนบาดเจ็บ มาโรงพยาบาลโดยไม่สวมแมสก์ พอถูกสอบถามข้อมูลส่วนตัวไม่พอใจด่าทอเจ้าหน้าที่
งานนี้กระแสพลิกกลับ กลุ่มผู้ที่ต้องการประจานบุคลากรการแพทย์ถึงกับปิดเพจหนี แถมยังถูก รพ.ภูพิงค์ ส่งเจ้าหน้าที่แจ้งความ สภ.แม่ริม แล้ว ดูว่าตำรวจจะทำยังไง?
...
พฤติกรรมแบบนี้ต้องเอาตัวมาดำเนินคดียกก๊วน
เชือดให้พวกไม่สนใจมนุษย์ดูเป็นตัวอย่าง จะได้มีความรับผิดชอบต่อสังคมบ้าง?
สหบาท