ไลฟ์สไตล์
100 year

กลุ่มกะเหรี่ยงไทย จ่อยื่นหนังสือร้อง 4 ข้อต่อนายกฯ ปมผู้หลบหนีภัยสงคราม

ไทยรัฐออนไลน์
2 เม.ย. 2564 17:31 น.
SHARE

กลุ่มกะเหรี่ยงไทยเตรียมยื่นหนังสือต่อ "อนุทิน" ที่จะลงพื้นที่บ้านแม่สามแลบ เพื่อเสนอ 4 ข้อเรียกร้องต่อนายกฯ ปมผู้หนีภัยสงคราม ขณะที่มูลนิธิฯ กับเครือข่ายจะไปมอบของช่วยแต่ยังเข้าพื้นที่ไม่ได้

จากเหตุการณ์ที่มีการปฏิบัติการทางทหาร ระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยง KNU และทหารเมียนมา ตรงข้ามชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จนเป็นเหตุให้มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และหลบหนีภัยการสู้รบเข้ามาอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำสาละวินชายแดนไทย บางส่วนข้ามกลับไปบ้างแล้วแต่ยังหวาดกลัวจึงไม่ยอมกลับถิ่นฐานเนื่องจากบ้านที่อยู่อาศัยโดนระเบิดทิ้ง จึงยังอาศัยหลบอยู่ตามป่าเขาและลำห้วยต่างๆ ล่าสุดเสบียงที่นำติดตัวมาได้หมดไป

ข่าวแนะนำ

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.64 นายสันติพงศ์ มูลฟอง ผู้จัดการมูลนิธิสถานะบุคคล กล่าวว่า ทางกลุ่มได้ร่วมกับเครือข่ายลุ่มน้ำสาละวิน นำสิ่งของช่วยเหลือมามอบให้ผู้อพยพชาวกะเหรี่ยง ที่ยังหลบหนีการสู้รบอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีทั้ง ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม รวมทั้งนม เสื้อผ้า รองเท้าเด็ก ที่ได้รับการประสานให้มาช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถผ่าน จุดตรวจทหารพราน ทพ.36 ที่หมู่บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และไม่ให้รถยนต์ผ่านจุดตรวจไปได้ หากจะนำสิ่งของไปช่วยผู้อพยพ ที่อยู่ก่อนถึงบ้านท่าตาฝั่ง จำนวน 86 คน 16 ครอบครัว จะต้องผ่านจุดตรวจแม่สามแลบ โดยทางทหารไม่รับฝากของ แต่ให้ประสานไปยังนายอำเภอสบเมย ถึงจะอนุญาตให้ไปได้ ทางเครือข่ายเข้าใจสถานการณ์ด้านความมั่นคง แต่เห็นว่า การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่ต้องการนำไปช่วยเหลือพี่น้องที่หนีภัยการสู้รบมาตัวเปล่า จึงเตรียมขอไปยังนายอำเภอสบเมย และต้องนำของขึ้นรถกลับออกไปก่อน

ส่วนทางด้านกลุ่มกะเหรี่ยงไทย (Karen Thai Group : KTG) เตรียมยื่นหนังสือถึงรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่จะลงพื้นที่บ้านแม่สามแลบ จึงขอความอนุเคราะห์พร้อมเรียกร้องไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดังนี้

1. เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่งคง ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย และองค์กรที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้อพยพลี้ภัย เข้าให้ความช่วยเหลือโดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม ตามหลักสิทธิมนุษยชน Human Rights และมีมาตรการรับมือและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างรัดกุม
2. เรียกร้องให้ทางการไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนและยุติการผลักดันกลับประเทศ แก่ประชาชนชาวกะเหรี่ยงที่อพยพหนีจากภัยสงคราม
3. การให้ความช่วยเหลือผู้อพยพ จะต้องเปิดให้ภาคประชาสังคมทั้งไทยและต่างประเทศ เข้าตรวจสอบได้ อาทิเช่น การลงชื่อเข้าเยี่ยม ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้อพยพ โดยเฉพาะเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการถูกล่อลวงสูง โดยการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการคัดกรองความเสี่ยงของโควิด-19
4. หากสถานการณ์สงบลงและมีแนวโน้มดีขึ้น ผู้อพยพพร้อมกลับไปยังถิ่นฐานเดิม ต้องการให้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR และกระทรวงมหาดไทย เป็นพยานความสมัครใจ หากมีผู้ไม่สมัครใจจะกลับไปยังถิ่นฐานเดิม ควรมีการดำเนินการระหว่าง UNHCR ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย คัดกรองผู้อพยพ โดยคำนึงถึงความเสี่ยงต่อการประหัตประหารหากถูกส่งตัวกลับ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบผู้หนีภัยสงครามหนีการสู้รบบ้านแม่สามแลบแม่ฮ่องสอนชายแดนไทย-เมียนมาทหารเมียนมาการสู้รบช่วยเหลือผู้ลี้ภัยข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 17 เมษายน 2564 เวลา 12:50 น.