ผอ.รพ.สบเมย แม่ฮ่องสอน แถลงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยการสู้รบ มีผู้บาดเจ็บ 7 คน จากระเบิดทหารพม่าที่ทิ้งบอมบ์ใส่กะเหรี่ยง หญิงสาววัย 18 ปี ถูกหามมาฝั่งไทย เผยบาดเจ็บสลบไป ฟื้นมาเจอศพเด็กอยู่ตรงหน้า วอนทหารพม่าหยุดโจมตี
นายแพทย์จักรี คมสาคร ผอ.โรงพยาบาลสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า วันที่ 30 มีนาคม ทางโรงพยาบาลได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อย ทพ.3606 ฐานฯ แม่สามแลบ ได้ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกกับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการสู้รบในเมียนมา จำนวน 7 คน เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 4 คน
โดยมีรถพยาบาลของ รพ.สบเมย 6 คัน มารอรับที่บริเวณ รพ.สต.แม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ส่งไปรักษาพยาบาลที่ รพ.สบเมย หลังจากที่รักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นแล้ว 3 ราย พบว่าโดนสะเก็ดระเบิด มีอาการสาหัส จึงได้ส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลแม่สะเรียง 1 คน และ รพ.ศรีสังวาล 2 คน
ขณะเดียวกัน ผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง เป็นหญิง อายุ 18 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด จากการโจมตีโดยเครื่องบินทหารเมียนมา เมื่อคืนวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ขณะที่นั่งอยู่ในบ้าน เวลาประมาณ 20.00 น. ได้ยินเสียงเครื่องบินบนท้องฟ้า จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังสนั่น จึงได้พากันวิ่งหนีออกจากบ้าน และวิ่งไปหลบอยู่ในป่าข้างหมู่บ้าน พอเสียงเครื่องบินสงบ จึงออกมาจากป่าวิ่งไปที่บ้าน
ต่อมา เวลาประมาณ 21.00 น.ได้ยินเสียงเครื่องบินดังมาอีก จึงได้พากันวิ่งหนีเข้าป่าอีกครั้ง จากนั้นได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นใกล้ตัวและสลบไป มารู้สึกตัวในตอนรุ่งเช้าและมีอาการเจ็บที่บริเวณหน้าอก กับมีบาดแผลที่ใบหน้า จึงได้พากันทั้งเดินและวิ่งหนีเข้าไทย โดยใช้เวลา 3 วัน จึงได้รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อได้รับการรักษาหายดีแล้ว จะทำอย่างไรต่อไป เธอตอบในทันทีว่า อยากกลับบ้าน และอยากให้สถานการณ์สงบโดยเร็ว หากในพม่าจะไม่มีการสู้รบกัน จะเป็นสิ่งที่ดีมาก เรื่องที่เกิดขึ้น ขอวิงวอนให้ทหารพม่าหยุดการโจมตีต่อพลเรือน เนื่องจากมีความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ในวันที่ถูกโจมตี เมื่อฟื้นขึ้นมาพบกับศพเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบ เสียชีวิตอยู่ต่อหน้า จึงทำให้หวาดกลัวมาก
ขณะที่ นายแพทย์จักรี คมสาคร ผอ.โรงพยาบาลสบเมย กล่าวว่า จากการที่โรงพยาบาลสบเมย ได้รักษาอาการเบื้องต้น พบว่าเป็นบาดแผลจากสะเก็ดระเบิด บางรายยังมีเศษเหล็กฝังอยู่ และอาการสาหัสต้องส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลที่มีเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ที่ดีกว่า ส่วน รพ.สบเมย มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือผู้ป่วยในพม่า ที่จะส่งมารักษาตัวในไทย
ทั้งนี้ เพื่อมนุษยธรรม แพทย์ทุกคนไม่สามารถปฏิเสธการรักษาและช่วยเหลือได้ หลังจากรักษาหายแล้ว จะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการต่อ