หมอกควันแม่ฮ่องสอนเกินมาตรฐานเป็นที่ 2 ภาคเหนือ ชง 7 ข้อแก้แบบยั่งยืน

ข่าว

    หมอกควันแม่ฮ่องสอนเกินมาตรฐานเป็นที่ 2 ภาคเหนือ ชง 7 ข้อแก้แบบยั่งยืน

    ไทยรัฐออนไลน์

    20 มี.ค. 2564 19:11 น.

    หมอกควันแม่ฮ่องสอนเกินมาตรฐาน ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 142 มคก./ลบม. ตัวเมืองยังมีหมอกควันหนาแน่นกระทบต่อสุขภาพ ติดอันดับ 2 ของภาคเหนือรองจากเชียงราย ด้าน ภาคประชาชนเสนอ 7 ข้อ แก้ไฟป่าแบบยั่งยืน

    จังหวัดแม่ฮ่องสอนถึงแม้จะอยู่ในช่วงประกาศงดเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด แต่ก็พบมีไฟป่าลุกลามไหม้ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนกระจายในทุกอำเภอ ทำให้ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 หลังจากที่ลดลงไปมากในช่วง 2 วันที่ผ่านมา จนทำให้สายการบินนกแอร์ทำการบินตรงจากดอนเมืองมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รวม 2 เที่ยวบิน และตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค เป็นต้นมา ค่าฝุ่นละอองเริ่มปกคลุมเมืองแม่ฮ่องสอนเพิ่มขึ้นอีกระลอก ทำให้สายการบินนกแอร์ต้องงดทำการบิน

    ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 64 ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เพิ่มขึ้นอีกอยู่ที่ 142 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนยังถูกปกคลุมด้วยหมอกควันอย่างแน่นหนา ถึงขั้นมีผลกระทบต่อสุขภาพอยู่เป็นอันดับ 2 รอง จากจังหวัดเชียงราย ขณะเดียวกัน กลุ่มสมัชชาพลเมืองแม่ฮ่องสอน และเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน ได้มีการเสนอต่อการจัดการปัญหาหมอกควันและไฟป่า แบบมีส่วนร่วมต่อทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยยื่นข้อเสนอ จำนวน 7 ข้อ ประกอบด้วย

    1. การปรับทัศนคติเรื่องหมอกควันไฟป่า เอื้อโอกาสให้ทุกภาคส่วนสะท้อนความคิดและความเชื่อเกี่ยวกับไฟป่า
    2. กำหนดแนวทางและมาตรการประจำปีอย่างมีกระบวนการ โดยการกระจายอำนาจให้การจัดการหมอกควันและไฟป่าโดยยึดชุมชนเป็นศูนย์กลาง
    3. ควรมีกองทุนการจัดการหมอกควันและไฟป่าแก่ทุกหมู่บ้าน เพื่อนำไปสู่การมีส่วนร่วมและการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน
    4. การข้อมูลข่าวสารความรู้เกี่ยวกับนโยบายไฟป่าและหมอกควันที่จำเป็นส่งถึงให้แก่ประชาชนด้วยภาษาที่เป็นชาติพันธุ์ของแต่ละชนเผ่าเพื่อให้เข้าถึงง่ายแก่การเข้าใจ
    5. จัดโครงการสร้างกลไกการทำงานในพื้นที่ให้ครอบคลุมในชุมชน ตำบล และระดับจังหวัด
    6. ควรมีการห้ามเผาในช่วงเวลาที่มีควรไฟสะสมมาก และการเผาไร่ในช่วงเดือนเมษายนควรกำหนดนโยบายควบคุมการเผาเป็นรายตำบล ตลอดจนการจัดระบบฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ควรมีการออกแบบร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน
    7. การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ควรพูดคุยทำความตกลงกับชนกลุ่มน้อย ไม่ใช่กับทางการเมียนมา เช่น กลุ่มกะเหรี่ยงแดง KNPP คุมพื้นที่รัฐคะยาตอนบน กลุ่มดาวแดง คุมพื้นที่รัฐคะยาตอนล่าง กลุ่มไทใหญ่ SSS คุมพื้นที่รัฐฉานตอนไต้ และกลุ่มไทใหญ่ SSA คุมพื้นที่เขตภูเขารัฐฉานตอนใต้ โดยการจัดเวทีพูดคุยกับกลุ่มชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยผ่านทางภาคประชาสังคม

    ด้าน นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องไฟป่าและหมอกควันจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ที่ผ่านมาหมอกควันไฟป่าที่ปกคลุมค่าฝุ่นละออง PM 2.5 พุ่งสูงถึง 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นเพราะการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ และมีการชิงเผาที่ไม่ดำเนินการตามหลักวิชาการ ส่วนงบประมาณที่ทุ่มลงไปกับการทำแนวกันไฟ และการออกลาดตระเวนตรวจสอบไฟป่าไม่ได้ผลเท่าที่ควร ซึ่งต่อไปจะเน้นการส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจให้แก่ประชาชน เช่น การปลูกโกโก้ หรือบุก ซึ่งนอกจากจะสามารถแก้ปัญหาไฟป่าได้แล้ว ยังทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมด้วย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ไฟป่าหมอกควันไฟป่าดับไฟป่าไฟป่าแม่ฮ่องสอนหมอกควันฝุ่น PM 2.5PM 2.5ค่าฝุ่น PM 2.5 วันนี้แม่ฮ่องสอนศิริวัฒน์ บุปผาเจริญกลุ่มสมัชชาพลเมืองแม่ฮ่องสอนเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 05:00 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์