ทส.เร่งระงับเหตุป้องกันไฟป่า แก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ 17 จ.ภาคเหนือ

ข่าว

    ทส.เร่งระงับเหตุป้องกันไฟป่า แก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ 17 จ.ภาคเหนือ

    ไทยรัฐออนไลน์

    9 มี.ค. 2564 15:28 น.

    ทส.เฝ้าระวังติดตามปัญหาหมอกควัน ไฟป่า 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชนในเรื่องฝุ่นละออง PM 2.5 และสภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการแก้ไขวางมาตรการรับมือ

    เมื่อวันที่ 9 มี.ค.64 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ได้เร่งดำเนินการในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าภาคเหนือ ซึ่งในขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนจึงทำให้สภาพพื้นที่ป่าในภาพรวมแห้งแล้ง มีการสะสมและทับถมของเศษใบไม้แห้ง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ประกอบกับพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรที่อยู่อาศัยทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้ มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตเหลือเศษวัชพืชทางการเกษตร โดยมีเกษตรกรบางรายใช้วิธีการเผา เพื่อเป็นการกำจัดเศษวัชพืชดังกล่าว



    ทั้งนี้ในปี 2564 รมว.ทส. ได้มอบนโยบายแนวทางให้หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใช้มาตรการเชิงรุก “ชิงเก็บ” โดยได้ดำเนินการจัดทำแผนงานชิงเก็บเชื้อเพลิงที่อยู่ในเขตป่าไม้ เพื่อเป็นการลดความรุนแรงของไฟป่าที่จะเกิดขึ้น โดยตั้งเป้าหมายเก็บเชื้อเพลิงโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ร่วมกันดำเนินการ เป้าหมายให้ได้จำนวน 1,000 ตัน ในเขต 10 จังหวัดภาคเหนือในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง และจนถึงปัจจุบันสามารถดำเนินการเก็บลดเชื้อเพลิงได้เกินเป้าหมาย มากเกือบเท่าตัวและยังคงดำเนินการต่อเนื่องตามแผนงานต่อไปจนกว่าจะหมดฤดูไฟป่าปี 2564 นี้

    นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาและควบคุมสถานการณ์ โดยกรมป่าไม้ได้วางแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยใช้มาตรการเตรียมพร้อม 1.การบริหารจัดการเชื้อเพลิง 2.ทำแนวกันไฟ 3.จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ จากหน่วยงานภายในพื้นที่ 4.จัดเจ้าหน้าที่ในการออกลาดตระเวนเพื่อเฝ้าระวัง ดับไฟป่า 5.ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า กรมป่าไม้ (War Room) 6.แจ้งจุดความร้อนพร้อมทั้งสั่งการผ่านแอปพลิเคชันพิทักษ์ไพร และการใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ มาช่วย รวมถึงการใช้เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการปฏิบัติงานให้สัมฤทธิ์ผลมากที่สุด

    ในการติดตามสถานการณ์ นอกจากการวางมาตรการในการรับมือข้างต้น ยังมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ลักลอบเผาป่า ซึ่งผู้ที่กระทำผิดจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 4 แสนบาท ถึง 2 ล้านบาท หรือมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจากการรายงานสถานการณ์ไฟป่าของวันที่ 8 มีนาคม 64 พบจุดความร้อนทั่วประเทศทั้งหมด 1,833 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภาคเหนือ 492 จุด โดยจุดความร้อนมากสุดอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 119 จุด จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการป้องกันและควบคุมไฟป่าชุดเหยี่ยวไฟจากพื้นที่อื่นสับเปลี่ยนย้ายกำลังเข้าบูรณาการควบคุมไฟป่าเป็นการเร่งด่วนแล้ว โดยให้เน้นการประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่นเตรียมความพร้อมในการเข้าควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลามขยายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ กรมป่าไม้ขอความร่วมมือจากประชาชนหากพบเห็นเหตุไฟป่าสามารถแจ้งมายังสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไประงับเหตุได้ทันสถานการณ์

    ในส่วนสถานการณ์จุดความร้อนสะสมในเขตป่าสงวนแห่งชาติของวันนี้ โดยเฉลี่ยยังน้อยกว่าในปี 2563 จำนวน 6,884 จุด หรือน้อยกว่า 24% ของปีที่แล้ว ซึ่งยังคงต้องให้ทุกหน่วยงานภาคสนามที่รับผิดชอบติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ฝุ่นPM2.5ฝุ่นพิษไฟป่าหมอกควันไฟป่าภาคเหนือ17จังหวัดภาคเหนือทส.ข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14:35 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์