พายุฝนลมกระโชกแรงถล่มเมืองกำแพงเพชรหนัก พัดสวนกล้วยไข่ ต้นหักโค่นยับเยินกว่า 20 ไร่ เครือกล้วยที่กำลังเก็บเกี่ยวได้เสียหายหมด ยายเจ้าของสวนเผย ลงทุนปลูกมา 1 ปีเต็ม พอจะตัดขายได้ลมกวาดเกลี้ยง
เมื่อวันที่ 9 ก.พ.64 เกิดพายุฝนตกหนักในเขตพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ในช่วงบ่ายๆ ของวันที่ 8 ก.พ.64 ที่ผ่านมา โดยก่อนฝนตกบนท้องฟ้ามีเมฆฝนปกคลุมมืด จากนั้นไม่นาน ทั้งลมและฝนก็ตกและพายุพัดมาอย่างแรง หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปได้รับแจ้งว่าที่สวนกล้วยไข่บ้านโพธิ์สวัสดิ์ ของนางมณเฑียร มณีโชติ อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 212 หมู่ 4 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จากการไปดูที่สวนดังกล่าวพบว่า ต้นกล้วยไข่ถูกลมพายุพัดต้นกล้วยไข่หักโค่นราบเป็นหน้ากองเสียหายประมาณ 20 ไร่ โดยต้นกล้วยแต่ละต้นส่วนใหญ่จะหักกลางต้น
...
นางมณเฑียร เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายๆ ได้เกิดฝนตกและมีลมพายุพัดมาอย่างรุนแรงมาก ประมาณครึ่งชั่วโมงเศษทุกอย่างจึงสงบลง เมื่อออกมาดูที่สวนกล้วยไข่ก็แทบลมจับ เนื่องจากต้นกล้วยไข่ที่ปลูกมาได้ 1 ปีกำลังตกเครือ มีบางส่วนเก็บเกี่ยวได้แล้ว บางส่วนใกล้จะเก็บเกี่ยวได้ แต่ละเครือมีน้ำหนักประมาณ 10 กิโล เมื่อถูกลมพายุพัดกระหน่ำอย่างแรงจึงทำให้ต้นกล้วยที่มีลำต้นเรียวยาวรับน้ำหนักของเครือกล้วยไม่ไหวหักกลางต้น ในส่วนที่ยังไม่ตกเครือถึงไม่หักก็ต้องตัดทิ้งแล้ว เนื่องจากลมพายุหมุนจะบิดต้นกล้วยจนไส้ต้นกล้วยหักภายในไม่สามารถตกเครือได้แล้วจะตายในที่สุด
นางมณเฑียร กล่าวอีกว่า ช่วงนี้ราคากล้วยออกจากสวนกิโลละ 12-14 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ใช้ได้ แต่มาถูกพายุฝนสร้างความเสียหายจนไม่สามารถตัดกล้วยได้ ทุนที่ลงไปกับแรงงานตลอดเวลา 1 ปีที่พยายามทำสวนนี้ขึ้นมา สลายหายไปกับลมพายุหมดขาดทุนยับ ด้วยสาเหตุแบบนี้ จึงทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่พากันเลิกทำ เพราะพอถึงฤดูจะตัดกล้วยขายได้ก็เป็นช่วงที่มีลมพายุ และฝนตกทำให้เสียหายพอดี ดังนั้นเกษตรกรจึงหันไปปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน จ.กำแพงเพชร แต่เดิมมีสวนกล้วยไข่ไม่ต่ำกล่าว 30,000 ไร่ แต่ปัจจุบันเลิกปลูกกันแทบหมดเหลือไม่เกิน 3,000 ไร่เท่านั้น ต่อไปคำว่าเมืองกล้วยไข่ก็คงค่อยๆ หายไป.