ได้ตัวแล้วหนุ่มตัดกำไลข้อเท้าEM ยัดท่อระบายน้ำที่ลำปาง เป็นกำไลของศาลแขวงลำปาง ไม่ใช่ของกรมบังคับคดี พบถูกจับคดีเมาแล้วขับ ให้ของลับตำรวจ ชี้การตัดกำไล มีความผิดทั้งแพ่ง อาญา
จากกรณีที่เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 ม.ค. พ.ต.ต.ธานี ตันจันทร์กูล สว.(สืบสวน) สภ.เมืองลำปาง พร้อมด้วย ร.ต.อ.อำนาจ สายเครือปัน รอง สวป. ตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจสายตรวจ เข้าตรวจสอบเหตุหลังมีคนนำกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ มาทิ้งไว้ที่บริเวณซอยข้างอาคารพาณิชย์ ริมถนนตัดใหม่ใกล้กับสี่แยกสะพานท่ามะโอ ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
ในที่เกิดบริเวณตะแกรงเหล็กท่อระบายน้ำ พบกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ ตกอยู่ 1 อัน ใกล้กันมีปอกผลไม้ 1 เล่ม และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียง พบว่ามีชายอายุประมาณ 20-30 ปี ขี่รถ จยย.ฮอนด้าสกู๊ปปี้ สีแดง เข้ามาจอดที่จุดเกิดเหตุ ก่อนที่จะนำกำไลพร้อมมีดมาทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังศาลแขวงลำปาง เพื่อทำการตรวจสอบเลขที่ของกำไลติดข้อเท้าดังกล่าวว่าเป็นของผู้ต้องหารายใดที่ได้รับการประกันตัวแล้ว ตัดกำไลมาทิ้งบริเวณดังกล่าว
ล่าสุด เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุพบกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองได้จูงสุนัขไปฉี่ ระหว่างนั้นเห็นชายขี่รถ จยย.เข้ามาจอดที่ตะแกรงเหล็กท่อระบายน้ำ ก่อนที่พยายามจะเอาอะไรบางอย่างทิ้งในท่อระบายน้ำ แต่คล้ายกับว่ายัดตะแกรงเหล็กไม่เข้า ก่อนจะขี่รถ จยย.ออกไป ตนจึงเข้าไปดูก็พบว่าเป็นกำไลติดตามตัวผู้ต้องหา จึงไปบอกให้นายจ้างทราบ
ด้าน พ.ต.อ.ศราวุธ วะเท ผกก.สภ.เมืองลำปาง เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหา ซึ่งเป็นชายชาวลำปาง อายุ 27 ปี เป็นผู้ต้องหาในคดีเมาแล้วขับ และดูหมิ่นเจ้าพนักงาน(ชูนิ้ว-ให้ของลับกับ จนท.) ซึ่งถูกจับกุมเมื่อห้าทุ่มของวันที่ 23 ธ.ค.63 และสัญญาณขาดหายไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค.64 และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีที่ศาลแขวงลำปาง และได้รับความเมตตาจากศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยมีเงื่อนไขให้ใส่กำไลเข้อเท้าติดตามตัว
...
จากการประสานไปยังเจ้าหน้าที่ศาลแขวงลำปางและราชทัณฑ์ ทราบว่าขณะนี้ผู้ต้องหารายนี้ได้ไปรายงานตัวต่อศาลแขวงลำปางแล้ว และอยากจะฝากเตือนผู้ต้องหาที่ได้รับความเมตตาจากศาล ให้ใส่กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างที่ถูกปล่อยตัวชั่วคราว ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลอย่างเคร่งครัด หากมีการทำลายกำไลข้อเท้า EM อาจสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะถูกเรียกร้องความเสียหาย และยังผิดสัญญาประกันอีกด้วย
ทางด้าน นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงกรณี ชายตัดกำไล EM โยนทิ้งท่อระบายน้ำที่ จ.ลำปาง ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.เมืองลำปาง ได้ประสานให้สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลำปาง ตรวจสอบอุปกรณ์กำไล EM ดังกล่าว หลังจากทางตำรวจได้รับแจ้งว่าพบคนนำกำไล EM มาทิ้งใกล้ตะแกรงท่อระบายน้ำ บริเวณซอยข้างอาคารพาณิชย์ริมถนนตัดใหม่ เมื่อไปตรวจสอบพบมีดปอกผลไม้ และกำไลข้อเท้าที่ถูกตัดสายรัดแล้ว 1 อัน ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ
การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ไม่ปรากฏว่ามีสัญญาณแจ้งเตือนสายรัดถูกทำลายจากกลุ่มผู้ที่สวมใส่กำไล EM ของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลำปาง หลังจากนั้นได้ตรวจสอบหมายเลขเครื่อง จากศูนย์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EMCC) ปรากฏว่า ไม่ใช่กำไล EM ของกรมคุมประพฤติ แต่เป็นกำไล EM ของศาล ที่ใช้ในการประกันตัวชั่วคราวของศาลแขวงลำปาง ที่มีสัญญานแจ้งเตือนเช่นกัน
นายวิตถวัลย์ กล่าวว่าผู้ที่ติดกำไล EM ภายใต้การรับผิดชอบของกรมคุมประพฤติ มี 4 ประเภท หากตัดทำลายอุปกรณ์มีโทษทั้งทางอาญาและแพ่ง คือ 1. ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์จากคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หากทำลายอุปกรณ์จะได้รับโทษ คือ จับไปควบคุมตัวและดำเนินคดีอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ ถูกส่งฟ้องและเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 2. ผู้ถูกคุมความประพฤติโดยศาล หากทำลายอุปกรณ์ จะถูกส่งตัวคืนศาลและดำเนินคดีอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ ฟ้องและเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 3. ผู้ที่ได้รับการพักการลงโทษ จากคณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ และ 4. ผู้ได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก จากคณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยลดวันต้องโทษจำคุก หากทำลายอุปกรณ์จะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ จำคุกตามโทษเดิม และดำเนินคดีอาญา เรียกค่าเสียหายทางแพ่ง