"เชียงใหม่" พบอีก 2 ติดโควิดฯ ประวัติเชื่อมโยงวอร์มอัพ เตือนประชาชนอย่าเชื่อ-แชร์ข่าวปลอม สั่ง จนท.เร่งรวบรวมข้อมูลมือปล่อยข่าว ฟันผิดตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 8 ม.ค.64 นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อม นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงสถานการณ์โควิค-19 ของจังหวัด ประจำวันที่ 8 ม.ค.64
โดย ดร.ทรงยศ คำชัย กล่าวถึงกรณีพบผู้ป่วยโควิดฯ ภายใน จ.เชียงใหม่ เพิ่ม 2 ราย ได้แก่ ผู้ป่วยโควิดฯ รายที่ 58 เป็นหญิงไทย อายุ 27 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.สันกำแพง อาชีพเป็นพนักงานของรัฐ ประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิดฯ รายที่ 55, 56 ของ จ.เชียงใหม่ เริ่มมีอาการไข้ ไอเล็กน้อย จมูกไม่ได้กลิ่น เมื่อวันที่ 6 ม.ค.64 รับเข้ารักษาตัวห้องแยกความดันลบ รพ.สันทราย
ส่วนผู้ป่วยรายที่ 59 เป็นชายไทย อายุ 42 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เมืองเชียงใหม่ ประกอบธุรกิจส่วนตัว มีประวัติเดินทางไปยังสถานบันเทิงที่พบการระบาด ในคืนวันที่ 31 ธ.ค.63 ไม่มีอาการใดๆ รับรักษาที่ห้องแยกความดันลบ รพ.นครพิงค์ ซึ่งผู้ติดเชื้อทุกรายยังคงมีการเชื่อมโยงกับผู้ป่วยรายก่อนหน้านี้ ที่มีประวัติเดินทางไปร้านวอร์มอัพ ในคืนวันที่ 31 ธ.ค.63
นอกจากนี้ทางทีมสอบสวนโรคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้รับข้อมูลการพบผู้ป่วยโควิดฯ ในกรุงเทพมหานคร ที่มีประวัติเดินทางมาที่ร้านวอร์มอัพ ในคืนเดียวกันนี้ และเมื่อดูตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วย พบว่า มีประวัติสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโควิดฯ ของ กทม. เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.63 ก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ในคืนวันที่ 31 ธ.ค.63 ซึ่งสันนิษฐานได้ว่า น่าจะเป็นต้นเหตุของการระบาดในครั้งนี้
ทั้งนี้ทางทีมสอบสวนโรคยังคงดำเนินการค้นหา และติดตามผู้สัมผัสในกลุ่มอื่นๆ ต่อไป โดยผลการดำเนินงานตรวจหาเชื้อโควิดฯ ในกลุ่มผู้สัมผัสของผู้ป่วยโควิดฯ ของ จ.เชียงใหม่ ที่เชื่อมโยงกับสถานบันเทิง พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งสิ้น จำนวน 1,010 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ จำนวน 285 ราย โดยตั้งแต่วันที่ 4-8 ม.ค.64 ได้มีการตรวจหาเชื้อในกลุ่มผู้ที่เดินทางไปในร้านวอร์มอัพแล้วทั้งสิ้น จำนวน 830 ราย รอผล 63 ราย ซึ่งจะทราบผลในคืนนี้ (8 ม.ค.64)
ทั้งนี้ จ.เชียงใหม่ ขอให้ผู้ที่เดินทางไปยังสถานที่ ตามวันเวลา เดียวกับผู้ป่วยโควิดฯ ของ จ.เชียงใหม่ สังเกตอาการตัวเองจนครบ 14 วัน (หลังวันที่สัมผัส) หากพบอาการผิดปกติ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก หายใจลำบาก จมูกไม่ได้กลิ่น ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน พร้อมบอกประวัติอย่างละเอียด เพื่อรับการตรวจ
นอกจากนี้ รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ได้ฝากข้อห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนว่า นับตั้งแต่มีการติดเชื้อในสถานที่ต่างๆ และทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปสอบสวนโรค ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก อาทิ พนักงานที่ทำงานในสถานที่ตามไทม์ไลน์ ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนเจ้าของหอพักไล่ออกจากหอพัก ทั้งที่เป็นผู้เสี่ยงไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อ ขอให้พี่น้องประชาชนเห็นใจ และให้การช่วยเหลือกัน รวมถึงขอให้บริโภคข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง อย่าหลงเชื่อหรือแชร์ข่าวปลอม และขณะนี้ทางจังหวัดได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมข้อมูลการปล่อยข่าวปลอมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่จะไม่ประสบความสำเร็จหากไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ขอความกรุณาอย่าโพสต์สิ่งที่ไม่เป็นความจริง เพราะจะสร้างผลกระทบไปยังผู้อื่นในวงกว้าง


