แก๊งมิจฉาชีพออกตระเวนต้มตุ๋น ปลอมลอตเตอรี่สุดเนียน  ขึ้นเงินกับร้านค้า ผัวเมียมีประสบการณ์ ดูสลากฯมากว่า 30 ปี ยังพลาดท่า สูญเงินไป 76,000 บาท แม้แต่แอปกองสลากฯ สแกนแล้วยังผ่าน พบก่อเหตุในหลายพื้นที่ 


วันที่ 15 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีร้านจำหน่ายลอตเตอรี่และรับขึ้นเงินรางวัลที่ตลาดบ้านกลาง ต.สระกรวด อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ถูกแก๊งมิจฉาชีพ หลอกนำสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563  ทำปลอมแปลง มาขึ้นเงินรางวัลพร้อมกัน ถึง 3 คน ทั้ง ๆ ที่ เป็นร้านจำหน่ายลอตเตอรี่เก่าแก่ มีประสบการณ์ในเรื่องการดูลอตเตอรี่ปลอมมานานกว่า 30 ปี รวมทั้งปัจจุบันยังได้ใช้ระบบ QR Code ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชั่น ของกองสลากฯ ในโทรศัพท์มือถือได้ว่า เป็นลอตเตอรี่ปลอมหรือไม่ ยังต้องสูญเงินไปจำนวน 76,000 บาท

ต่อมา ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่ร้านจำหน่ายลอตเตอรี่ ตั้งอยู่เลขที่ 213 หมู่ 2 ต.สระกรวด อ.ศรีเทพ ติดกับร้านสะดวกซื้อ พบนายประสิทธิ์ คตตระกาล อายุ 67 ปี และนางมาลี คตตระกาล อายุ 61 ปี สองสามีภรรยา ที่เปิดร้านจำหน่ายและรับขึ้นเงินรางวัลล็อตเตอรี่ มานานกว่า 30 ปี เผยว่า ชายคนแรก ได้นำลอตเตอรี่มาขึ้นเงินรางวัลที่ 4 เป็นเงิน จำนวน 40,000 บาท ชายคนที่สองมาขึ้นรางวัลที่ 5 เป็นเงิน 20,000 บาท และชายคนที่สามมาขึ้นรางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 ฉบับ และเลขท้าย 3 ตัว 2 ฉบับ เป็นเงินจำนวน 16,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด จำนวน 76,000 บาท โดยก่อนจ่ายเงินเจ้าของร้านได้สอบถามชายที่มาขึ้นเงินรางวัลที่ 4 ว่า อยู่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ทำไมมาขึ้นเงินที่ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งชายคนดังกล่าวตอบว่า มีแฟนขายของอยู่ในตลาดสด อ.ศรีเทพ และแม่ค้าในตลาดแนะนำมา

...

นางมาลี คตตระกาล เจ้าของร้านขายลอตเตอรี่ เล่าว่า เช้าวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ได้มีชาย 3 คน มาขอขึ้นเงินรางวัล ซึ่งทั้ง 3 คนถูกรางวัลที่ 4 และรางวัลที่ 5 ส่วนอีก 1 คน ถูกเลขหน้า 2 ใบ เลขท้าย 2 ใบ ตนได้ใช้โทรศัพท์ตรวจสอบ โทรศัพท์ก็ขึ้นว่า ถูก ตรวจดูรูปจากในบัตรประชาชนเปรียบเทียบก็เหมือนกับใบหน้าของชายคนดังกล่าว เลยรับขึ้นไว้ จนกระทั่งทางกองสลากฯตีกลับมาว่า ลอตเตอรี่ทั้ง 4 ใบ เป็นลอตเตอรี่ปลอม ตนจึงนำสำเนาบัตรประชาชนที่ถ่ายรูปไว้ เป็นหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.ศรีเทพ และได้ส่งข่าวให้ร้านค้าลอตเตอรี่ที่รู้จักให้ทราบว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพนำลอตเตอรี่ปลอมมาขึ้นรางวัล

ต่อมา จึงได้รู้ว่าเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา มิจฉาชีพกลุ่มนี้ ได้ไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้ที่จังหวัดสุรินทร์ ได้เงินไปกว่าแสนบาท ส่วนที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้เงินไปสี่หมื่นบาท วิธีการปลอม แกะเลขแกะตัวหนังสือได้เหมือนมาก ใช้โทรศัพท์ตรวจก็ขึ้นว่า “ถูกต้อง” ซึ่งการตรวจสอบก็ใช้แอปพลิเคชั่นของกองสลากกินแบ่งรัฐบาล

ด้าน นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ตนทำอาชีพนี้มากว่า 30 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ถ้าของปลอมมันจะสแกนไม่เข้า เคยมีคนเอาลอตเตอรี่มาขึ้น พอใช้โทรศัพท์สแกนไม่เข้าตนก็ไม่รับ แต่วันนั้นสแกนเข้าหมดทุกใบ ซึ่งตนก็ใช้แอปพลิเคชั่นนี้ตรวจสอบมาตลอด สมัยก่อนไม่มีแอป การตรวจสอบต้องใช้กล้องส่องพระส่องตรวจสอบ งวดนี้คงจะยังไม่กล้ารับขึ้นเงินรางวัล เพราะใจยังฝ่อ ยังกลัวอยู่