สภาพอากาศบนดอยเชียงใหม่หนาวมาก กระทบต่อสุขภาพช้าง พลายบานเย็นวัย 72 ปี ตำนานของปางช้างแม่สา ขาหมดแรงลุกไม่ขึ้น นอนร้องไห้น้ำตาไหล ต้องลุ้นระทึกระดมสัตวแพทย์และควาญช่วยชีวิต
จากสภาพอากาศที่หนาวเย็น เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.63 นี้ ที่บนดอย สถานที่เลี้ยงช้างชรา บ้านโต้งหลวง ต.แม่แรม อ.แม่ริม ของปางช้างแม่สา ทางนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ได้รับแจ้งว่าพลายบานเย็น อายุ 72 ปี ช้างวัยชรา ได้ล้มนอนส่งเสียงร้องจากอากาศที่หนาวเย็น ไม่สามารถจะลุกขึ้นมายืนได้อีก จึงได้ระดมสัตวแพทย์และควาญช้าง เดินทางไปยังสถานที่เลี้ยงช้างชรา พบพลายบานเย็นนอนตะแคงอยู่ ส่งเสียงร้องครวญคราง น้ำตาไหลพราก
ทางสัตวแพทย์จึงตรวจดูเบื้องต้นพบว่า บริเวณขาอ่อนแรงจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น แม้ทางควาญจะมีการก่อไฟให้ และนำผ้าห่มมาคุมไว้ แต่ช้างพลายบานเย็นได้สลัดผ้าห่มออกในกลางคืน ซึ่งปกติช้างส่วนมากจะยืนหลับ แต่เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นมาก ทำให้พลายบานเย็นที่ชราภาพมาก ต้องลงนอนตะแคง จนเช้าไม่สามารถจะลุกขึ้นมาเองได้
ทางควาญช้างได้ใช้เวลาในการช่วยเหลือนานร่วมชั่วโมง ในการทำให้ช้างพลายบานเย็นลุกมาให้ได้ หากลุกได้ก็สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้อีก ซึ่งความพยายามช่วยเหลือและเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นก็สร้างความอบอุ่น ทำให้บรรดาควาญช้าง และสัตวแพทย์ช่วยกันพยุงซ้ายขวาของพลายบานเย็น ทำให้ลุกขึ้นมายืนได้ ทางสัตวแพทย์ต้องให้น้ำเกลือและวิตามินช่วยชีวิต
...
นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา กล่าวว่าสภาพอากาศที่หนาวเย็นส่งผลกระทบต่อช้างชรามาก เพราะก่อนหน้านี้พังบุญชู วัย 80 ปี กับพังแม่อ้วน เพิ่งล้มเสียชีวิตจากอากาศที่หนาวเย็นบนดอยของเชียงใหม่ไปถึง 2 เชือก ในเวลาติดต่อกัน ซึ่งในขณะนี้ช้างชราที่น่าเป็นห่วงยังมีหลายเชือกที่มีวัย 70-80 ปี ซึ่งพลายบานเย็นเชือกนี้ ถือว่าเป็นช้างคู่ปางช้างแม่สามานานกว่า 30 ปีแล้ว
"พลายบานเย็นเมื่อก่อนนี้เป็นช้างที่มีงายาวสวยมาก แต่ถูกลักลอบตัดงาไป ทางพลายบานเย็นได้รับบาดเจ็บที่โพรงงาอักเสบ ทางสัตวแพทย์ต้องดูแลรักษามาตลอด โดยพลายบานเย็นจะมีสภาพน้ำตาไหลตลอดเวลา หลังจากที่สูญเสียงาไป จึงเป็นช้างชราที่น่าสงสารมาก" ผู้บริหารปางช้างแม่สา กล่าว
นางอัญชลี กล่าวด้วยว่า โดยช้างทุกเชือกในปางช้างแม่สา ตนได้ดูแลเป็นอย่างดี แต่น่าเป็นห่วงช้างชราที่ไร้ฟัน เคี้ยวอาหารไม่ได้ ต้องทำการโม่หญ้าป้อนให้ตลอด ในวันนี้ล้มลงน่าใจหาย แต่เมื่อสามารถลุกยืนได้ก็จะต้องดูแลอย่างเต็มที่ โดยให้สัตวแพทย์เฝ้าดูอาการในช่วงนี้ตลอด 24 ชั่วโมง.